ส่องสถิติผู้ป่วยตาเสื่อมหลังสุริยุปราคาในอังกฤษ ทำไมยอดลดฮวบกว่าปี 1999
ศัลยแพทย์ตาเผยยอดผู้ป่วยเข้ารักษาอาการทางสายตาหลังสุริยุปราคาครั้งใหญ่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเหตุการณ์เมื่อปี 1999

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศัลยแพทย์ตาเผยยอดผู้ป่วยเข้ารักษาดวงตาหลังสุริยุปราคาน้อยกว่าปี 1999
- ประชาชนทั่วสหราชอาณาจักรนับล้านคนร่วมชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งใหญ่ในรอบ 27 ปี
- ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ไปมากกว่า 90% ในวันพุธที่ผ่านมา
- อาการผิดปกติของดวงตาอาจแสดงผลเป็นจุดสีเทาหรือเหลืองบริเวณกึ่งกลางการมองเห็น
หลังจากปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งสำคัญที่ผู้คนนับล้านในสหราชอาณาจักรต่างเฝ้ารอคอยและร่วมชมความมหัศจรรย์บนท้องฟ้าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 27 ปี โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ดวงจันทร์เข้าบดบังดวงอาทิตย์ไปมากกว่า 90% สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนทั่วประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตื่นเต้นในการชมปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งนี้ ศัลยแพทย์ตาผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จำนวนผู้ป่วยที่เดินทางมาขอรับการรักษาอาการบาดเจ็บหรือความผิดปกติที่ดวงตาจากแสงสุริยุปราคานั้น กลับมีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งล่าสุดของสหราชอาณาจักรที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1999 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้นในการป้องกันอันตรายต่อดวงตา
สำหรับผู้ที่อาจเผลอจ้องมองปรากฏการณ์ดังกล่าวโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม แพทย์ได้เตือนถึงอาการเตือนภัยที่ควรสังเกต โดยอาการบาดเจ็บที่เรตินาหรือจอประสาทตาอาจสังเกตได้จากการปรากฏของจุดมืดหรือจุดสีบริเวณกึ่งกลางของการมองเห็น ซึ่งจุดดังกล่าวอาจมองเห็นเป็นสีเทาหรือสีเหลือง
การเกิดจุดสีเทาหรือสีเหลืองกลางลานสายตา (Solar Retinopathy) เป็นผลมาจากการที่แสงแดดเข้มข้นแผดเผาเซลล์รับแสงบริเวณมาคิวลา (Macula) ซึ่งเป็นจุดโฟกัสภาพหลักของจอประสาทตา ความเสียหายนี้มักเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการเจ็บปวดในทันที ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากรับรังสีความร้อนและยูวีเข้าสู่ดวงตาโดยตรง
ทั้งนี้ อาการผิดปกติดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีหลังจากการรับชมเสมอไป โดยแพทย์ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจพัฒนาขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือในบางรายอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าอาการจะแสดงความผิดปกติออกมาชัดเจน
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น