อนุทิน ชูมหาดไทย-ตำรวจจับมือทำงานแบบ ‘คู่จิ้น’ ลุย 9 ภารกิจ ลั่นฟันคนแอบอ้าง ‘พี่หนู’ โทรขอเคลียร์
นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ขีดเส้นตายฝ่ายปกครองและตำรวจทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ พร้อมเปิดข้อมูลประเทศไทยมีปืนเถื่อนและถูกกฎหมายกว่า 10 ล้านกระบอก ชี้สถานการณ์เหมือนแดนคาวบอย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทินหนุนมหาดไทยและตำรวจทำงานร่วมกันเป็นคู่จิ้นลุย 9 ภารกิจ
- เผยประเทศไทยมีอาวุธปืนกว่า 10 ล้านกระบอก เปรียบเหมือนแดนคาวบอย
- สั่งปิดระบบออกใบอนุญาต ป.3 และยืนยัน ป.12 ไม่มีมา 3 ปีแล้ว
- ประกาศลั่นหากมีใครแอบอ้างชื่อพี่หนูโทรขอให้เจ้าหน้าที่อัดเสียงส่งมาได้เลย
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้บริหารระดับสูงทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสานต่อความร่วมมือที่ได้เริ่มทำเวิร์กช็อปร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นไปยัง 9 ประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกัน ประกอบด้วย:
- การบุกรุกที่ดิน
- อาชญากรรมไซเบอร์
- นอมินีและการฟอกเงิน
- ผู้มีอิทธิพลเฉพาะอันธพาล
- การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
- ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
- การจัดการเชื่อมโยงฐานข้อมูล
- การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การดึงฝ่ายปกครองและตำรวจให้มาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้แนวคิดวันดาต้า (One Data) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและความมั่นคงในระดับพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งสองมักทำงานแยกส่วนกัน ทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการบูรณาการกำลังพลทำได้ไม่เต็มที่ การกำหนดกรอบเวลา 90 วันจึงเป็นการกดดันให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์อาวุธปืนในประเทศไทย โดยระบุว่าขณะนี้มีอาวุธปืนในประเทศสูงถึง 10 กว่าล้านกระบอก ซึ่งหากเฉลี่ยกับจำนวนประชากรแล้ว จะพบว่ามีปืน 1 กระบอกต่อประชากรทุกๆ 6-7 คน หรือหากตัดเด็กและผู้สูงออกไป สัดส่วนจะเหลือเพียง 3-4 คนต่อปืน 1 กระบอก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เสี่ยงและเปรียบเสมือนแดนคาวบอย ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งปิดระบบการออกใบอนุญาต ป.3 สำหรับการซื้อขายครอบครองอาวุธปืนทั่วไปแล้ว ส่วนใบอนุญาต ป.12 นั้นไม่มีการออกมาราว 3 ปีเช่นกัน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากข้อความเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ทุกนายเกี่ยวกับการถูกแอบอ้างชื่อจากผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลในรัฐบาลเพื่อขอให้ช่วยเหลือคดีความหรือการปฏิบัติหน้าที่
ขอให้ทุกท่านใช้หลักผมเคยมอบหมายคือมีความเป็นอิสระอย่างสูงสุดในการปฏิบัติหน้าตามนโยบาย ปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ต้องสนใจ โทรศัพท์ใครโทรเข้ามา ถ้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับบัญชาของท่านไม่ได้โทรมา ก็ไม่ต้องปฏิบัติ เพราะไม่ใช่คำสั่งถูกต้องตามกฎหมาย
อนุทิน ชาญวีรกูล
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น