ยกเครื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืน: อุดช่องโหว่กฎหมายอายุ 79 ปี สกัดโศกนาฏกรรม
รัฐบาลเร่งสังคายนามาตรการควบคุมอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเหตุสะเทือนขวัญในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักวิชาการแนะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริหารความเสี่ยงตลอดอายุการครอบครอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลสั่งยกเครื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งใช้มานานกว่า 79 ปี
- นักวิชาการชี้จุดอ่อนระบบเดิมตรวจคุณสมบัติครั้งเดียวจบ ไร้การติดตามความเสี่ยงต่อเนื่อง
- เสนอใช้ระบบดิจิทัลรวมศูนย์และกฎหมาย Red Flag Laws ระงับการครอบครองชั่วคราว
- แนะทบทวนปืนสวัสดิการและกำหนดต่ออายุใบอนุญาตทุก 3-5 ปีพร้อมประเมินความเสี่ยง
เหตุการณ์ความรุนแรงสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้กลายเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ และจุดชนวนให้เกิดการสังคายนามาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้ปฏิรูปและแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มานานกว่า 79 ปี
ด้าน ตรีเนตร สาระพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้สะท้อนมุมมองว่า ทุกครั้งที่สังคมไทยเกิดโศกนาฏกรรม ฉากทัศน์เดิมๆ ทางการเมืองมักจะวนกลับมาเสมอ โดยจุดอ่อนสำคัญอยู่ที่สถาปัตยกรรมทางกฎหมายที่ล้าสมัย เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ถือกำเนิดในยุคที่โลกยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีตลาดมืดออนไลน์ และไม่มีการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้กฎหมายที่ถูกออกแบบในโลกอดีตถูกนำมาใช้ควบคุมพฤติกรรมในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ระบบข้อมูลของรัฐยังไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ เพราะกฎหมายไทยมีระบบตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาต (ใบ ป.4) แค่ครั้งเดียวแล้วจบ กระบวนการหลังจากนั้นจะเดินเข้าสู่มุมมืดที่รัฐมองไม่เห็น ผู้ขออนุญาตอาจไม่มีประวัติอาชญากรรมในวันแรก แต่อาจมีคดีความรุนแรงในครอบครัว มีพฤติกรรมข่มขู่ ติดสารเสพติด หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในเวลาต่อมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเผยปรากฏขึ้นในวันที่ยื่นขอใบอนุญาต
"กฎหมายที่ดีไม่ควรเป็นเพียงกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันปัญหา แต่ต้องเป็นระบบเตือนภัยที่สามารถทำงานก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น"
นักวิชาการรายนี้ยังได้ยกบทเรียนจากต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย หลังเหตุกราดยิงที่พอร์ตอาร์เธอร์ในปี 2539 ได้เปลี่ยนแนวคิดจากการมองว่าการมีปืนเป็นเรื่องที่รัฐต้องยอมรับ ไปสู่การมองว่าการครอบครองอาวุธปืนเป็นสิทธิพิเศษภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ขอต้องแสดงเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมาย และไม่ถือว่าการป้องกันตัวเป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการมีปืน พร้อมทั้งมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดและโครงการรับซื้อคืนอาวุธปืนในวงกว้าง
บริบทการปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนในประเทศไทยสะท้อนความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากระบบเอกสารกระดาษสู่ธรรมาภิบาลดิจิทัล (Digital Governance) การนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลมาร้อยเรียงเข้ากับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ไม่เพียงช่วยลดช่องว่างการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ แต่ยังช่วยสร้างระบบเฝ้าระวังเชิงรุกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการลดความรุนแรงจากอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา
สำหรับการแก้ปัญหาในระยะยาว ตรีเนตรเสนอว่าควรมีการอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบรวมศูนย์ที่มีร่องรอยการตรวจสอบทางดิจิทัล ป้องกันระบบอุปถัมภ์ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์อุดช่องว่างอคติของคน พร้อมทั้งปรับปรุงใบรับรองแพทย์ให้ประเมินประวัติความรุนแรงในครอบครัวและการใช้สารเสพติด ควบคู่กับการผลักดันกฎหมาย Red Flag Laws เปิดให้ครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์ร้องขอต่อศาลให้ระงับการครอบครองอาวุธปืนชั่วคราวหรือตลอดไป รวมถึงการกำหนดให้ต่ออายุใบอนุญาตทุก 3-5 ปี และการทบทวนปืนสวัสดิการทั้งระบบ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น