ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ณัฐพงษ์ ลั่นยื่นซักฟอกรัฐบาลสมัยหน้า ชี้ระบอบสีน้ำเงินทำไทยไร้ออนาคต

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมซักฟอกรัฐบาลในสมัยประชุมหน้า แง้มมีข้อมูลเชิงลึกเรื่องทุจริตและฮั้ว สว. พร้อมซัดอนุทินโพสต์พาดพิงศิริกัญญาไม่เหมาะสม

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
ณัฐพงษ์ ลั่นยื่นซักฟอกรัฐบาลสมัยหน้า ชี้ระบอบสีน้ำเงินทำไทยไร้ออนาคต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้าแน่นอน
  • ชี้ระบอบสีน้ำเงินเป็นรากปัญหา ทั้งคอร์รัปชันและความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ
  • เตรียมงัดข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานเส้นเงินโยงการเมืองซีกพรรคภูมิใจไทยมาแฉ
  • ซัดนายกรัฐมนตรีโพสต์โซเชียลพาดพิงนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ส.ค. 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงทิศทางการตรวจสอบรัฐบาลว่า พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้านี้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยไทม์ไลน์ที่ชัดเจนได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาได้หลังจากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว

นายณัฐพงษ์ระบุว่า แผลของรัฐบาลชุดนี้มีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาภายใต้การบริหารจัดการของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งกลายเป็นรากเหง้าของปัญหาคอร์รัปชันและความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ พร้อมกับประณามว่าตราบใดที่ยังมีรัฐบาลภายใต้ระบบดังกล่าวบริหารประเทศ ประเทศไทยคงไม่มีทางมีอนาคตอย่างแน่นอน โดยยืนยันว่าข้อมูลความผิดพลาดและบิลการบริหารงานที่ฉ้อฉลทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้อย่างครบถ้วนเพื่อรอเปิดเผยในเวทีซักฟอก

Bangkok government building interior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกลไกตรวจสอบสูงสุดของฝ่ายค้านในระบอบรัฐสภา การที่ผู้นำฝ่ายค้านเลือกเก็บข้อมูลเชิงลึกไว้ใช้ในสภาแทนการเปิดเผยผ่านสื่อทั่วไป เป็นเพราะเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ในการอภิปรายช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมาย ขณะที่ประเด็น 'ระบอบสีน้ำเงิน' สะท้อนถึงการปะทะกันทางการเมืองระหว่างพรรคแกนนำรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านที่มุ่งเน้นการตรวจสอบโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์ทับซ้อน

เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกตื่นตัว ผู้นำฝ่ายค้านอธิบายว่า ทางพรรคมีการตรวจสอบผ่านการตั้งกระทู้และคณะกรรมาธิการมาอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาที่จะนำมาอภิปรายจึงเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถเปิดเผยในพื้นที่สื่อทั่วไปได้ แต่จะได้รับความคุ้มครองภายใต้เอกสิทธิ์การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภา

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

สำหรับประเด็นการฮั้ว สว. นั้น นายณัฐพงษ์มองว่าเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกหลายประเด็นที่มีน้ำหนักไม่แพ้กัน และเมื่อถูกซักถามถึงความกังวลว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่าง นายโสภณ ซารัมย์ อาจจะไม่บรรจุญัตติดังกล่าวโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ที่สุด เนื่องจากมีหลักฐานทั้งเส้นทางการเงิน สถานที่เดียวกัน และคลิปเสียงที่เชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองในซีกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทำให้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ยาก

"การใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวเพื่อมาพูด ซึ่งอาจจะพาดพิงนักการเมืองฝั่งตรงข้าม แล้วถูกสื่อมวลชนถาม ก็ไม่กล้ายอมรับตรงๆ นั้น ตนคิดว่าไม่ได้เป็นการแสดงออกที่สมควรสำหรับคนที่เป็นนายกฯ"

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทบนโลกออนไลน์ระหว่างนายกรัฐมนตรีที่โพสต์เรื่องการวิ่งชนกำแพง กับกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เคยระบุว่าเหนื่อยกับการสู้กับกำแพง จนเกิดวิวาทะกันขึ้น โดยมองว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควรใช้ช่องทางสื่อสารเพื่อประโยชน์ของประเทศและพูดถึงปัญหาที่แท้จริง มากกว่าการโพสต์พาดพิงฝ่ายตรงข้ามแต่ไม่กล้าออกมายอมรับตรงๆ เมื่อถูกสื่อมวลชนทักท้วง

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้