ทำเนียบขาวแฉกว่า 40 ชาติช่วยจีนเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐ
ทำเนียบขาวเผยรายงานระบุแคนาดา อินเดีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พัวพันขบวนการขนส่งสินค้าอ้อมเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทำเนียบขาวเผยรายงานชี้กว่า 40 ประเทศช่วยจีนหลบเลี่ยงภาษีสหรัฐ
- ประเทศที่ถูกระบุชื่อรวมถึงแคนาดา อินเดีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
- มูลค่าสินค้าที่ถูกขนส่งอ้อมผ่านประเทศอื่นสูงถึง 3 หมื่นล้านถึง 3 แสนล้านดอลลาร์
- สหรัฐเตรียมนำประเด็นนี้หารือในการพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง
ทำเนียบขาวเปิดเผยรายงานล่าสุดในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีประเทศมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่ให้ความช่วยเหลือจีนในการหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ด้วยวิธีการส่งออกสินค้าผ่านประเทศอื่นที่ต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่าของสหรัฐ
รายงานดังกล่าวระบุชื่อประเทศพันธมิตรคนสำคัญหลายแห่ง เช่น แคนาดา อินเดีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งทางทำเนียบขาวประเมินว่าการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวได้ส่งผลให้สหรัฐสูญเสียรายได้และตำแหน่งงานจำนวนมาก โดย ปีเตอร์ นาวาร์โรร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว ออกมาเปิดเผยว่าขบวนการนี้ทำให้สหรัฐสูญเสียรายได้ไปหลายพันล้านดอลลาร์และกระทบต่อตำแหน่งงานของชาวอเมริกันโดยตรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ข้อมูลจากการประเมินของภาครัฐและภาคเอกชนที่ถูกอ้างอิงในรายงานของทำเนียบขาวชี้ว่า มีมูลค่าสินค้าตั้งแต่ 30,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 22,200 ล้านปอนด์) ไปจนถึงราว 300,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกขนย้ายจากประเทศที่มีอัตราภาษีสูงผ่านไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า วิธีการดังกล่าวเป็นที่รู้จักในนามของการขนส่งสินค้าผ่านแดนหรือทรานส์ชิปเมนต์ (transshipping) ซึ่งหมายถึงการส่งสินค้าผ่านประเทศอื่นระหว่างทางไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย
ทางสหรัฐได้กล่าวหาว่าจีนฉวยโอกาสจากช่องโหว่นี้ด้วยการใช้ประเทศที่สามเป็นจุดแวะพักและทำการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อปกปิดแหล่งกำเนิดที่แท้จริงของสินค้า จนได้รับอัตราภาษีที่ต่ำลง ซึ่งในรายงานของทำเนียบขาวได้เปรียบเทียบกระบวนการนี้ว่าเป็นเสมือนการฉ้อโกงที่ถูกปกปิดไว้ด้วยเอกสาร พร้อมทั้งเปิดเผยว่าทางสหรัฐได้เริ่มนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้เพื่อตรวจจับความพยายามในการขนส่งสินค้าหลบเลี่ยงภาษีเหล่านี้แล้ว
"American jobs and billions in revenue"
Peter Navarro
การเปิดเผยรายงานฉบับนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการทูตอย่างยิ่ง เนื่องจากจะมีกำหนดการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกับผู้นำจีน สี จิ้นผิง ที่กรุงวอชิงตันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยประเด็นการค้าและการใช้มาตรการภาษีถือเป็นจุดขัดแย้งสำคัญมาโดยตลอด แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเคยตกลงพักรบด้านภาษีส่วนใหญ่หลังจากการเจรจาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 แต่ก็ยังคงมีการตอบโต้ด้วยมาตรการคว่ำบาตรใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น การจำกัดการส่งออกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มายังสหรัฐและการคุมเข้มการส่งออกโดรนจากฝั่งจีน
ในเดือนเมษายน 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศใช้มาตรการภาษีวงกว้างกับประเทศคู่ค้าหลายสิบประเทศโดยมีความเชื่อมั่นว่าภาษีจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ แม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรเหล่านั้นบางส่วนจะถูกศาลสูงสุดของสหรัฐสั่งระงับไปแล้ว แต่ทรัมป์ก็ยังคงหาทางออกด้วยการใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อผลักดันนโยบายดังกล่าวต่อไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักข่าว BBC ได้ติดต่อไปยังสถานทูตสหรัฐประจำแคนาดา อินเดีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และคู่ค้าอื่น ๆ ที่ปรากฏชื่อในรายงานเพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้แล้ว
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น