ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ภารกิจ Aditya-L1 เผยเบื้องหลังความร้อนชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์

นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์อินเดียไขปริศนาความร้อนระดับล้านองศาของดวงอาทิตย์ได้สำเร็จ ด้วยข้อมูลจากยานสำรวจ Aditya-L1

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Aug 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ภารกิจ Aditya-L1 เผยเบื้องหลังความร้อนชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ยาน Aditya-L1 ของอินเดียไขปริศนาความร้อนในชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์
  • โคโรนามีความร้อนสูงกว่าพื้นผิวดวงอาทิตย์และยังคงความร้อนแม้สูญเสียพลังงาน
  • การคืนตัวของสนามแม่เหล็กเป็นแหล่งพลังงานหลักถึง 93%
  • คลื่นจากผิวดวงอาทิตย์มีส่วนช่วยส่งพลังงานเพียง 7% เท่านั้น

หนึ่งในปริศนาทางวิทยาศาสตร์ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามหาคำตอบมาอย่างยาวนานคือ เหตุใดชั้นบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์หรือที่เรียกว่า โคโรนา (Corona) จึงมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นผิวดวงอาทิตย์ถึงหลายล้านองศาเซลเซียส และเหตุใดชั้นโคโรนาจึงยังคงความร้อนในระดับดังกล่าวเอาไว้ได้ แม้จะต้องเผชิญกับการปะทุบ่อยครั้งที่ทำให้สูญเสียพลังงานจำนวนมหาศาลออกไป

ล่าสุด ทีมนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ในประเทศอินเดียเปิดเผยว่า ข้อมูลชุดใหม่ล่าสุดจากยาน Aditya-L1 ซึ่งเป็นภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์ในอวกาศครั้งแรกของประเทศ ได้มอบเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาไขปริศนาดังกล่าวได้แล้ว โดยผลการศึกษาชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Astrophysical Journal Letters

ศ. R Ramesh นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ด้านดวงอาทิตย์ชาวอินเดียชื่อดังจากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์อินเดีย (IIA) ซึ่งเป็นผู้ดูแลการศึกษาครั้งนี้ ระบุว่า ความแปรปรวนของอุณหภูมิในแต่ละพื้นที่ของดวงอาทิตย์นั้นขัดแย้งกับกฎฟิสิกส์ทั่วไป ชั้นโคโรนาเป็นจุดกำเนิดของสภาพอากาศอวกาศสุดขั้ว เช่น เปลวสุริยะ (Solar Flares) และการพ่นมวลโคโรนา (CMEs) ซึ่งส่งพลังงานจำนวนมหาศาลสู่อวกาศ

Sun corona structure diagram astrophysics

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การพ่นมวลโคโรนาเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างแสงออโรร่าที่สวยงาม แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกผ่านพายุ geomagnetic ที่อาจสร้างความเสียหายให้กับโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศและดาวเทียมสื่อสาร ในช่วงเวลาปกติหรือช่วงที่มีกิจกรรมต่ำ ดวงอาทิตย์จะปล่อยการพ่นมวลโคโรนาออกมาราว 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน แต่ในช่วงวัฏจักรที่มีกิจกรรมสูงสุดซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 11 ปี ตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึง 10 ครั้งหรือมากกว่านั้นต่อวัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

7%พลังงานจากคลื่นผิวดวงอาทิตย์
93%พลังงานจากการเชื่อมต่อสนามแม่เหล็ก

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าความร้อนนี้เกิดจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ การเคลื่อนที่เดือดพล่านบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ที่สร้างคลื่นส่งพลังงานออกไปด้านนอก และการที่เส้นสนามแม่เหล็กตัดกันแล้วเชื่อมต่อกันใหม่จนทำให้ดวงอาทิตย์ฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไปกลับคืนมาภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการหาปริมาณพลังงานที่แต่ละระบบส่งมอบให้แก่ชั้นโคโรนาอย่างแม่นยำ

"แม้ว่าคลื่นที่เกิดจากการเดือดพล่านบนพื้นผิวดวงอาทิตย์จะสร้างและขนส่งพลังงาน แต่มีสัดส่วนน้อยมาก โดยส่งพลังงานเพียง 7% ของความต้องการทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 93% มาจากการที่ดวงอาทิตย์จัดเรียงตัวใหม่และเติมเต็มพลังงานที่สูญเสียไป"

Prof R Ramesh

การทำความเข้าใจกลไกความร้อนของชั้นโคโรนาถือเป็นก้าวสำคัญของฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เนื่องจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิพื้นผิวและชั้นบรรยากาศชั้นนอกเป็นหนึ่งในความท้าทายทางทฤษฎีที่ใหญ่ที่สุด ข้อมูลจากภารกิจ Aditya-L1 ของอินเดียจึงช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ขยับเข้าใกล้การไขปริศนาพฤติกรรมของดาวฤกษ์ดวงนี้ได้แม่นยำยิ่งขึ้นผ่านการวัดผลเชิงปริมาณจริง

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้