ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google ผนึกกำลัง Abbott นำข้อมูลระดับน้ำตาลจาก Lingo เติมพลัง AI สุขภาพ

Google เตรียมผสานข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลต่อเนื่อง Lingo ของ Abbott เข้ากับแอป Google Health และบริการ AI Health Coach ขับเคลื่อนด้วย Gemini

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Aug 2026ที่มา: AI News3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Google ผนึกกำลัง Abbott นำข้อมูลระดับน้ำตาลจาก Lingo เติมพลัง AI สุขภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Abbott และ Google ทำข้อตกลงหลายปีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล Lingo เข้าแอป Google Health
  • Google Health Coach ที่ใช้ Gemini จะให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การนอน และการออกกำลังกาย
  • Lingo เป็นอุปกรณ์ตรวจวัดน้ำตาลสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่ใช้อินซูลิน
  • ทั้งสองบริษัทเตรียมทำวิจัยเชิงลึกด้านสุขภาพเมตาบอลิกเพื่อพัฒนาฟีเจอร์ในอนาคต

Google และ Abbott จับมือกันครั้งสำคัญภายใต้ข้อตกลงระยะเวลาหลายปี โดยจะนำข้อมูลจาก Lingo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring) เข้ามาผสานรวมไว้ในแอปพลิเคชัน Google Health เพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูแนวโน้มระดับน้ำตาลควบคู่ไปกับข้อมูลด้านการทำกิจกรรม การนอนหลับ และตัวชี้วัดสุขภาพอื่นๆ ได้ในที่เดียว

ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ Google Health Coach ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini สามารถเข้าถึงข้อมูลระดับน้ำตาลเพื่อนำไปประมวลผลร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่นๆ และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลครอบคลุมเรื่องโภชนาการ การทำกิจกรรม การพักผ่อน และการฟื้นฟูร่างกาย โดยผู้ใช้งานที่จะเข้าถึงฟีเจอร์ AI Coach นี้จำเป็นต้องสมัครสมาชิก Google Health Premium เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ทาง Google ได้ออกมาย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า Health Coach ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ และระบุว่าคำตอบจากระบบ AI อาจมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่สมบูรณ์ พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบความถูกต้องรวมถึงปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ในกรณีที่จำเป็น

smartphone health tracking app glucose graph

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การผสานข้อมูลระดับน้ำตาลแบบเรียลไทม์เข้ากับ AI ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยี Health Tech ที่ขยับจากการเก็บข้อมูลเชิงรับ (Passive tracking) ไปสู่การให้คำแนะนำเชิงรุก (Proactive coaching) แต่ความท้าทายสำคัญคือเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสุขภาพและการควบคุมความแม่นยำของ AI ไม่ให้ให้คำแนะนำที่อาจกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้งานโดยไม่มีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของตัวอุปกรณ์นั้น Lingo ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่ได้ใช้อินซูลิน โดยตัวเซนเซอร์จะถูกติดตั้งไว้ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลังต้นแขนเพื่อวัดระดับน้ำตาลในของเหลวระหว่างเซลล์ผ่านกระบวนการทางเคมีไฟฟ้า แล้วส่งข้อมูลผ่านบลูทูธพลังงานต่ำไปยังแอปพลิเคชัน Lingo ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ให้แสดงค่าระดับน้ำตาลแบบเรียลไทม์ กราฟ และลูกศรแสดงแนวโน้ม โดยเซนเซอร์หนึ่งตัวสามารถสวมใส่ได้นานสูงสุด 14 วัน

เทคโนโลยีเบื้องหลังของ Lingo นั้นต่อยอดมาจากแพลตฟอร์ม FreeStyle Libre ของ Abbott แต่มีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย FreeStyle Libre 2 ได้รับการรับรองสำหรับการจัดการโรคเบาหวาน ในขณะที่ Lingo มุ่งเน้นไปที่การช่วยให้ผู้ใหญ่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำตาลกับโภชนาการและการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Abbott และ Google ยังมีแผนที่จะร่วมกันศึกษาวิจัยเชิงประจักษ์ขนาดใหญ่เกี่ยวกับสุขภาพเมตาบอลิก เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Google Health Coach ในอนาคต

ที่มา: AI News

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้