ไนเจล ฟาราจ ชนะเลือกตั้งซ่อมคลักตัน แต่ยังต้องเผชิญการสอบสวนเรื่องเงินทุน
ไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรค Reform UK คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่คลักตันด้วยคะแนน 63% ท่ามกลางการบอยคอตจากพรรคใหญ่ แต่ยังคงต้องเผชิญกับการสอบสวนเรื่องเงินสนับสนุนทางการเงินจากสำนักงานมาตรฐานรัฐสภาต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไนเจล ฟาราจ ชนะการเลือกตั้งซ่อมที่คลักตันด้วยคะแนนเสียง 63% และมีผู้มาใช้สิทธิ์ 44%
- พรรคการเมืองหลักในเวสต์มินสเตอร์พากันบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้เนื่องจากมองว่าเป็นเพียงลูกเล่นทางการเมือง
- สำนักงานมาตรฐานรัฐสภากลับมาเปิดการสอบสวนกรณีเงินของขวัญมูลค่า 5 ล้านปอนด์จากคริสโตเฟอร์ ฮาร์บอร์น
- การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้สร้างสถิติมีผู้สมัครลงแข่งขันมากถึง 34 คน รวมถึงตัวตลกอย่าง เคาน์ท์ บินเฟซ
ไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรค Reform UK สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่เขตคลักตัน (Clacton) ได้อีกครั้งด้วยคะแนนเสียง 63% จากอัตราผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ 44% โดยการเลือกตั้งซ่อมสุดแปลกครั้งนี้เกิดขึ้นจากตัวฟาราจเองที่จงใจลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพื่อท้าทายกระแสตรวจสอบเกี่ยวกับที่มาของเงินสนับสนุนทางการเงินของเขา การเลือกตั้งครั้งนี้สร้างสถิติใหม่ด้วยมีผู้สมัครลงชิงชัยมากถึง 34 คน ซึ่งรวมถึงคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง เคาน์ท์ บินเฟซ (Count Binface) ที่เข้าป้ายมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนน 27% แต่การเลือกตั้งดังกล่าวกลับถูกคว่ำบาตรจากพรรคการเมืองหลักในสภาเวสต์มินสเตอร์ทั้งหมดเนื่องจากมองว่าเป็นเพียงอีเวนต์สร้างกระแส
แม้จะคว้าชัยชนะมาได้ แต่ฟาราจกลับไม่ได้ปรากฏตัวที่ศูนย์นับคะแนน โดยเขาอ้างกับผู้สนับสนุนว่าตำรวจเอสเซกส์ได้เตือนถึงปฏิบัติการจัดตั้งเพื่อขัดขวางและลดทอนความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง ทางโฆษกพรรค Reform UK ระบุเสริมว่าตำรวจได้แนะนำให้ฟาราจหลีกเลี่ยงการเดินทางมาร่วมงานเนื่องจากมีภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ทางบีบีซีได้รับการยืนยันจากตำรวจเอสเซกส์ว่าไม่เคยมีการให้คำแนะนำแก่ผู้สมัครรายใดว่าไม่ควรเดินทางมาร่วมงานนับคะแนนแต่อย่างใด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนหน้านี้ฟาราจได้ประกาศชัยชนะในการชุมนุมช่วงข้ามคืนก่อนที่จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ โดยเขากล่าวโจมตีสถาบันการเมืองอย่างดุเดือดว่า "วันนี้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในคลักตันได้ชูนิ้วกลางให้กับชนชั้นนำทางการเมืองทั้งหมดแล้ว" นอกจากนี้ ทางพรรค Reform UK ยังได้ยกเลิกกำหนดการสุนทรพจน์ครั้งใหญ่ของฟาราจในคลักตันรวมถึงงานออกสื่อต่างๆ ที่วางไว้ในเช้าวันศุกร์ด้วย
"วันนี้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในคลักตันได้ชูนิ้วกลางให้กับชนชั้นนำทางการเมืองทั้งหมดแล้ว"
ตัวเลขผลคะแนนระบุว่าฟาราจกวาดไป 22,239 คะแนน ซึ่งมากกว่าคะแนนในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2024 อยู่ 1,014 คะแนน และส่งผลให้คะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งเพิ่มขึ้นจาก 8,405 เป็น 12,784 คะแนน แม้ว่าอัตราการมาใช้สิทธิ์จะลดลงราว 14% หากเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปปีก่อนหน้า การนับคะแนนครั้งนี้จัดขึ้นบนพื้นห้องโถงของศูนย์นันทนาการคลักตัน (Clacton Leisure Centre) แทนการใช้เวที เพื่อให้มีพื้นที่รองรับผู้สมัครจำนวนมากที่ต้องใช้โต๊ะขนาดยาวถึง 90 เซนติเมตรในการกางบัตรลงคะแนน และทำให้ผู้สมัครถึง 32 รายต้องเสียเงินมัดจำคนละ 500 ปอนด์เนื่องจากได้คะแนนไม่ถึง 5% ของบัตรดีทั้งหมด ขณะที่ต้นทุนการจัดเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้คาดว่าสูงถึงราว 250,000 ปอนด์ที่มาจากเงินภาษีประชาชน
การที่นักการเมืองลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัครเลือกตั้งซ่อมใหม่เพื่อล้างมลทินหรือทดสอบเสียงสนับสนุน เป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อังกฤษ เช่น กรณีของเซอร์ เดวิด เดวิส ในปี 2008 แต่สำหรับกรณีของฟาราจ การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินจบลง เพราะสำนักงานมาตรฐานรัฐสภากลับมาเดินหน้าสอบสวนต่อทันที ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง อาจนำไปสู่การพักการปฏิบัติหน้าที่ในสภาสามัญชนและอาจเกิดวิกฤตต้องจัดเลือกตั้งซ่อมในเขตคลักตันใหม่อีกรอบ
การสอบสวนของสำนักงานมาตรฐานรัฐสภาที่เคยถูกระงับไปช่วงที่ฟาราจลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อเดือนกรกฎาคม ได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังการชนะเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ โดยเป็นการตรวจสอบกรณีที่เขาไม่ยอมประกาศรับของขวัญมูลค่า 5 ล้านปอนด์ที่ได้รับจาก คริสโตเฟอร์ ฮาร์บอร์น มหาเศรษฐีผู้บริจาคให้พรรค Reform UK ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาเป็น ส.ส. หากผลสอบชี้ว่าทำผิดกฎรัฐสภา เขาอาจต้องเผชิญโทษพักงานและกระบวนการที่อาจทำให้ต้องจัดเลือกตั้งซ่อมใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้พรรคฝ่ายค oposición ยังจี้ให้ตรวจสอบเงินสนับสนุนจากพันธมิตรทางการเมืองรายอื่นอย่าง จอร์จ คอตเทรลล์ เพิ่มเติมด้วย
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น