ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google เปิดให้ผู้ใช้ปิดลายน้ำมองเห็นได้ในสื่อ AI

Google ประกาศให้ผู้ใช้สามารถปิดลายน้ำที่มองเห็นได้บนภาพ วิดีโอ และเพลงจาก AI โดยยังคงรักษาลายน้ำ SynthID แบบมองไม่เห็นไว้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Aug 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Google เปิดให้ผู้ใช้ปิดลายน้ำมองเห็นได้ในสื่อ AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Google อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดลายน้ำที่มองเห็นได้ในสื่อ AI เช่น ภาพ วิดีโอ และเพลง
  • ระบบลายน้ำล่องหน SynthID และเมทาเดตาระบบ C2PA จะยังคงอยู่เพื่อความโปร่งใส
  • ฟีเจอร์นี้รองรับโมเดล Nano Banana, Omni และ Lyria ผ่านเมนูตั้งค่า
  • บริษัทเตรียมเปิดโอเพนซอร์กไลบรารี Credentio สำหรับให้นักพัฒนาตรวจสอบข้อมูลในแอปได้

Google ได้ประกาศมาตรการใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะลบลายน้ำที่มองเห็นได้ออกจากสื่อที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งครอบคลุมทั้งรูปภาพ วิดีโอ และเพลง อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อลายน้ำแบบมองไม่เห็นอย่าง SynthID และข้อมูลเมตาที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน C2PA แต่อย่างใด

Josh Woodward รองประธานฝ่ายดูแล Gemini ของ Google ได้เปิดเผยผ่านข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า ปุ่มสลับเปิด-ปิดลายน้ำนี้จะสามารถใช้งานได้กับโมเดลต่างๆ ประกอบด้วย Nano Banana, Omni และ Lyria โดยการตั้งค่าดังกล่าวจะเปิดให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Gemini และเครื่องมือตัดต่อวิดีโอ Flow ของ Google ในขณะที่ฟังก์ชันการรองรับบนระบบค้นหา (Search) จะตามมาในเร็วๆ นี้

digital content creator workspace computer screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในการกำกับดูแลสื่อที่สร้างจาก AI เนื่องจากลายน้ำที่ปรากฏเด่นชัดบนชิ้นงานมักจะลดทอนประโยชน์ของคอนเทนต์ลงในการทำงานระดับมืออาชีพและงานสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกัน ความจำเป็นในการระบุตัวตนของเนื้อหาที่มาจาก AI ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรักษาไว้

3โมเดล AI ที่รองรับฟีเจอร์ปิดลายน้ำในช่วงแรก

"We’re striking a balance here between creative control and safety: while the visible watermarks are now optional, invisible SynthID watermarks and C2PA metadata are still being used for transparency. So you can still use Gemini or Search to see if an image was AI-generated"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

Josh Woodward

ทางด้าน Josh Woodward ได้ระบุเพิ่มเติมถึงแนวคิดเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ว่า ทางบริษัทพยายามสร้างความสมดุลระหว่างอิสระในการสร้างสรรค์และความปลอดภัย แม้ว่าลายน้ำที่มองเห็นได้จะปรับให้เป็นทางเลือกเสริมแล้ว แต่ระบบลายน้ำล่องหน SynthID และ C2PA เมทาเดตาจะยังคงถูกใช้งานต่อไปเพื่อรักษาความโปร่งใส ทำให้ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบผ่าน Gemini หรือระบบค้นหาได้ว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นจาก AI หรือไม่

การตัดสินใจของ Google สะท้อนถึงแรงกดดันจากกลุ่มครีเอทีฟและมืออาชีพด้านภาพและวิดีโอ ที่มองว่าลายน้ำแบบเห็นได้ชัดเจนบนชิ้นงาน AI มักสร้างอุปสรรคในการนำไปใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ การคงระบบ SynthID ไว้เบื้องหลังจึงเป็นทางออกที่ประนีประนอม โดยให้ผู้ใช้งานได้อิสระทางสายตาขณะที่ยังคงรักษากลไกการตรวจสอบย้อนกลับทางดิจิทัลไว้ได้เช่นเดิม

สำหรับขั้นตอนการใช้งาน เมื่อฟีเจอร์นี้เริ่มทยอยปล่อยออกมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้ใช้จะสามารถเข้าไปที่เมนู Settings ตามด้วย Media Watermark เพื่อเปิดหรือปิดการแสดงผลลายน้ำดังกล่าว นอกจากนี้ Google ยังเตรียมที่จะเปิดโอเพนซอร์กไลบรารีตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Credentio เพื่อเปิดทางให้นักพัฒนาสามารถฝังกลไกการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ (local validation) ลงในแอปพลิเคชันของตนเองได้อีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการตัดสินใจของ Anthropic ที่เคยตกเป็นประเด็นถกเถียงอย่างมากกรณีการใส่ลายน้ำในข้อความและไฟล์ที่สร้างจาก Claude เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับทางกฎหมายของสหภาพยุโรป

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้