ข้ามไปเนื้อหาหลัก

บีโอไอ-เจโทรเผยญี่ปุ่นปักหมุดลงทุนไทย 3.96 แสนล้าน

บีโอไอเผยผลหารือเจโทรและหอการค้าญี่ปุ่น ชี้ 5 ปีหลังมีคำขอลงทุนรวม 3.96 แสนล้านบาท พร้อมลุยอัปเกรดโรงงานเดิมรับมือเศรษฐกิจโลก

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Aug 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
บีโอไอ-เจโทรเผยญี่ปุ่นปักหมุดลงทุนไทย 3.96 แสนล้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ญี่ปุ่นยื่นขอส่งเสริมลงทุนไทยรวม 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,000 ล้านบาทในรอบ 5 ปี
  • ผลสำรวจชี้ 59% ของบริษัทญี่ปุ่นเน้นเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • บีโอไอและเจโทรหารือแนวทางผลักดันพลังงานสะอาดและพัฒนาบุคลากรทักษะสูง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยความคืบหน้าหลังการหารือร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ และหอการค้าญี่ปุ่น - กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนการขยายฐานธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2564 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่ามีโครงการจากนักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมถึง 1,380 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินรวมกว่า 396,000 ล้านบาท

การพบปะหารือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยมี นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ให้การต้อนรับ นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ และหัวหน้าผู้แทนเจโทรประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วย นายคอนโดะ ฮิโรยาซึ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น - กรุงเทพฯ และคณะ ในโอกาสนี้นักลงทุนญี่ปุ่นได้นำเสนอผลสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ประจำครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งรวบรวมความเห็นจากบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยจำนวน 504 บริษัท ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ เพื่อสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ผลสำรวจระบุว่า ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ระดับ -6 ลดลงจากระดับ 0 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เนื่องจากแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ขยับสูงขึ้นตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความต้องการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรยังคงมีความแข็งแกร่ง และคาดว่าดัชนีจะทรงตัวในครึ่งปีหลังท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล

Thailand industrial manufacturing technology factory

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

59%เปลี่ยนเครื่องจักรใหม่
48%คงระดับการลงทุนเดิม
23%มีแผนเพิ่มการลงทุน

ในมิติด้านการลงทุน ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 23 ของบริษัทญี่ปุ่นมีแผนเพิ่มการลงทุนในปี 2569 ขณะที่ร้อยละ 48 ตั้งใจคงระดับการลงทุนไว้เช่นเดิม โดยทิศทางหลักมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพฐานการผลิตที่มีอยู่เดิม ผ่านการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทดแทนของเดิมร้อยละ 59 การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรร้อยละ 31 และการลงทุนด้านการแปลง องค์กรสู่ดิจิทัลร้อยละ 22 สะท้อนความมุ่งมั่นในการเพิ่มผลิตภาพเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลก

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ภาคธุรกิจญี่ปุ่นปรับกลยุทธ์จากการขยายโรงงานใหม่มาเป็นการเน้นอัปเกรดเครื่องจักรเดิมและใส่ใจเทคโนโลยีดิจิทัล สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการผลิตอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบีโอไอในการผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อหนีกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ผ่านมาตรการส่งเสริมที่เน้นความยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอน

นอกจากนี้ ข้อมูลจากมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืนของบีโอไอตั้งแต่ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 เผยว่ามีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมกว่า 400 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า 55,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการประหยัดพลังงาน การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ นักลงทุนยังได้สะท้อนความคาดหวังให้ภาครัฐสนับสนุนมาตรการด้านภาษีและการเงิน รวมถึงการส่งเสริมตลาดภายในประเทศเพื่อรองรับความท้าทายในอนาคต

"ในระยะต่อไป สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการรักษาฐานการลงทุนเดิม แต่ต้องสนับสนุนให้เกิดการยกระดับไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาบุคลากร และปรับตัวสู่การผลิตที่ยั่งยืน"

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้