ข้ามไปเนื้อหาหลัก

OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ Computer History บน Mac

OpenAI ประกาศเปิดตัว Computer History ฟีเจอร์ใหม่บน Mac ที่บันทึกการคลิกและการกดแป้นพิมพ์เพื่อช่วยจำการทำงาน แต่ยังมีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Aug 2026ที่มา: Lifehacker2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ Computer History บน Mac

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ Computer History บน Mac เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
  • บันทึกการคลิกและการกดแป้นพิมพ์โดยไม่บันทึกภาพหน้าจอหรือเสียง
  • ผู้ใช้สามารถเลือกแอปและเว็บไซต์ที่ต้องการให้ติดตามหรือปิดการทำงานได้ตลอดเวลา
  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและช่องโหว่จากการโจมตี

OpenAI ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า "Computer History" ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชันบน macOS โดยฟีเจอร์นี้มีความสามารถในการจดจำการกระทำต่างๆ ที่ผู้ใช้งานทำบนคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังหรือค้นหาไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่ได้อย่างสะดวก

หลักการทำงานของฟีเจอร์นี้จะแตกต่างจากระบบบันทึกหน้าจอทั่วไปอย่าง Windows Recall เนื่องจาก Computer History จะไม่ทำการจับภาพหน้าจอ (Screenshots) ไม่บันทึกเสียงผ่านไมโครโฟน และไม่เข้าถึงเสียงระบบ แต่จะอาศัยการเก็บข้อมูลจากการคลิก การพิมพ์ การใช้ทางลัดบนแป้นพิมพ์ การสลับแอปพลิเคชัน รวมถึงบริบทจากกระบวนการเข้าถึงของ macOS เพื่อนำมาสร้างเป็นสรุปข้อความและไฟล์หน่วยความจำในเครื่อง

macbook laptop keyboard workspace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การที่ OpenAI เลือกใช้วิธีวิเคราะห์การคลิกและการกดแป้นพิมพ์แทนการจับภาพหน้าจอเต็มรูปแบบ ถือเป็นแนวทางที่ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บและลดความกังวลเรื่องการบันทึกข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนบนหน้าจอโดยไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลการกระทำทั้งหมดของผู้ใช้อย่างต่อเนื่องก็ยังคงสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ในแง่ของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายในเครื่อง (Local Data Security)

ในด้านการควบคุมความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์นี้จะถูกปิดใช้งานไว้เป็นค่าเริ่มต้น (Opt-in by default) ผู้ใช้งานจะต้องทำการเปิดใช้งานด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกให้ผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ใดบ้างที่สามารถถูกติดตามได้ รวมถึงสามารถหยุดพักการทำงานชั่วคราวได้จากแถบเมนูบาร์บน Mac ตลอดเวลา

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน ฟีเจอร์นี้กำหนดให้ผู้ใช้งานระดับบุคคลต้องสมัครสมาชิกแพ็กเกจ ChatGPT Pro ส่วนผู้ใช้งานในระดับองค์กรจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบก่อน โดยสามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่การตั้งค่าของแอป ChatGPT บน Mac ในส่วน Integrations แล้วเลือก Computer History พร้อมทั้งกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงต่างๆ

ที่มา: Lifehacker

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้