ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทิน กราบตักทักษิณ รับประทานอาหารร่วมกันหลังงานสวดอภิธรรม

แพทองธาร ชินวัตร ชวน อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าห้องส่วนตัวรับประทานอาหารร่วมกับ ทักษิณ ชินวัตร หลังเสร็จสิ้นพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เมื่อ 14 ส.ค.

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics1 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อนุทิน กราบตักทักษิณ รับประทานอาหารร่วมกันหลังงานสวดอภิธรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมงานสวดพระอภิธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เมื่อ 14 ส.ค.
  • แพทองธาร ชินวัตร เดินมาชวนอนุทินเข้าห้องรับประทานอาหารส่วนตัว
  • อนุทินรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับทักษิณ ชินวัตร และสมชาย วงศ์สวัสดิ์

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศงานสวดพระอภิธรรมศพของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเจ้าภาพ ได้มีการเชิญบุคคลสำคัญทางการเมืองมาร่วมงานและบันทึกภาพร่วมกับครอบครัวกัลป์ตินันท์ โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มาร่วมงานคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา บรรยากาศภายในงานมีความน่าสนใจเมื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินเข้ามาทักทายและชวน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าไปรับประทานอาหารร่วมกันในห้องส่วนตัว ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพแต่อย่างใด

เหตุการณ์การรับประทานอาหารร่วมกันในห้องส่วนตัวของแกนนำพรรคการเมืองระดับ ภูมิใจไทยและเพื่อไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นเบื้องหลังเวทีการเมืองไทย ซึ่งมักมีนัยสำคัญต่อทิศทางความร่วมมือหรือการประสานงานระหว่างพรรคการเมืองในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองมีความเคลื่อนไหวสำคัญ โดยเฉพาะการพบปะกับบุคคลสำคัญอย่าง นายทักษิณ ชินวัตร มักถูกจับตาจากสังคมเสมอในฐานะจุดศูนย์กลางอำนาจที่ยังมีอิทธิพลต่อทิศทางพรรคร่วมรัฐบาล

สำหรับการร่วมรับประทานอาหารในห้องส่วนตัวดังกล่าว รายงานระบุว่า นายอนุทิน ได้นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะอาหาร โดยมี นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นั่งประกบขนาบข้างทั้งสองฝั่ง นอกจากนี้ยังมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมวงรับประทานอาหารในห้องปิดดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้