ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Omdia เตือนราคาสมาร์ทโฟนอาจไม่ลดลงแม้ต้นทุน RAM กลับมาปกติ

Omdia เผยไตรมาส 1 ปี 2026 ยอดส่งจอสมาร์ทโฟนรีเฟอร์บิชแตะ 298 ล้านชิ้น แซงหน้ามือถือใหม่ครั้งแรก พร้อมคาดราคามือถือจะทรงตัวในระดับสูง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Aug 2026ที่มา: Thairath Lifestyle4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Omdia เตือนราคาสมาร์ทโฟนอาจไม่ลดลงแม้ต้นทุน RAM กลับมาปกติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • จอสมาร์ทโฟนรีเฟอร์บิชพุ่งแตะ 298 ล้านชิ้นในไตรมาส 1 ปี 2026 แซงหน้าจอเครื่องใหม่ครั้งแรก
  • ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนใหม่ทั่วโลกไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลง 6% เหลือ 272 ล้านเครื่อง
  • Xiaomi อ่วมสุดยอดส่งร่วง 26% ขณะที่ Samsung และ Apple ยังคงเติบโต

บริษัทวิจัยตลาดเทคโนโลยี ออมเดีย (Omdia) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 หน้าจอแสดงผลที่ผู้ผลิตส่งเข้าสู่ตลาดมือถือรีเฟอร์บิช (Refurbished) มีปริมาณเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแตะระดับ 298 ล้านชิ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้าแผงจอที่ส่งให้ผู้ผลิตมือถือเครื่องใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 289 ล้านชิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในฝั่งอุปกรณ์มือสองและการซ่อมบำรุง

ตลาดรีเฟอร์บิชตามนิยามของออมเดียไม่ได้จำกัดแค่การขายเครื่องมือสองผ่านร้านค้ารับซื้อเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแผงหน้าจอที่ส่งเข้ากระบวนการซ่อมของผู้ใช้งานทั่วไป การปรับสภาพเครื่องรีไซเคิลโดยมืออาชีพ รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ทดแทนในตลาดหลังการขาย โดยในแง่ของเทคโนโลยีจอภาพ พบว่าหน้าจอแบบ OLED มีสัดส่วน 7 เปอร์เซ็นต์ของแผงจอรีเฟอร์บิช เพิ่มขึ้นจาก 2 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า บ่งชี้ว่าสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วกำลังหมุนเวียนกลับสู่มือผู้บริโภคจำนวนมาก

smartphone repair service technician desk

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องแพงขึ้นตามไปด้วย บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจึงจำเป็นต้องปรับลดแผนการผลิตลง ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากโรงงานผลิตจอไม่เป็นไปตามเป้า โดยออมเดียประเมินว่าความต้องการจอสำหรับมือถือเครื่องใหม่จะลดลง 12 เปอร์เซ็นต์ตลอดปี 2026 ขณะที่โรงงานไม่สามารถลดกำลังการผลิตลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินลงทุนระยะยาว ทำให้ต้องกระจายแผงหน้าจอไปยังตลาดซ่อมแซมและอะไหล่แทน

298 ลิ้นชิ้นยอดส่งจอรีเฟอร์บิช ไตรมาส 1/2026
26%ยอดจัดส่งของ Xiaomi ที่ลดลงมากที่สุด
23%อัตราเติบโตของ Apple สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ยอดจัดส่งทั่วโลกลดลง 6 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 272 ล้านเครื่อง จากเดิม 288.9 ล้านเครื่องในปีก่อนหน้า โดยผลกระทบครั้งนี้กระจายตัวแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ โดยเสียวหมี่ (Xiaomi) ได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วยยอดจัดส่งที่ร่วงลง 26 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 31.2 ล้านเครื่อง เนื่องจากสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,600 บาท) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นได้ ขณะที่ออปโป้ (OPPO) ซึ่งรวมวันพลัสและเรียลมี ลดลง 17 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 28.4 ล้านเครื่อง และวีโว่ (vivo) ลดลง 18 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 21.5 ล้านเครื่อง หลังมีการตัดรุ่นราคาประหยัดออกเพื่อรักษาอัตรากำไร

การที่ตลาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นได้รับผลกระทบหนักที่สุดสะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนฮาร์ดแวร์พื้นฐานอย่าง RAM และหน่วยความจำมีความเปราะบางสูงมากในเซกเมนต์ราคาประหยัด การที่แบรนด์จีนหลายรายเลือกตัดรุ่นราคาต่ำออกเพื่อรักษากำไร แสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ผู้ผลิตยอมแลกส่วนแบ่งตลาดด้านปริมาณกับความอยู่รอดทางการเงิน ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างราคาของสมาร์ทโฟนระดับล่างไปในระยะยาว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในทางตรงกันข้าม มีเพียงซัมซุง (Samsung) และแอปเปิล (Apple) เท่านั้นที่ยังคงสามารถรักษาการเติบโตเอาไว้ได้ โดยซัมซุงทำยอดจัดส่งได้ 60.5 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ ครองส่วนแบ่งตลาด 22 เปอร์เซ็นต์ ได้รับอานิสงส์จากการผลิตหน่วยความจำได้เอง การเลื่อนเปิดตัว Galaxy S26 และการดึงส่วนแบ่งตลาดระดับเริ่มต้นจากแบรนด์คู่แข่ง ด้านแอปเปิลทำยอดจัดส่ง 55.1 ล้านเครื่อง เติบโต 23 เปอร์เซ็นต์ ครองส่วนแบ่งตลาด 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาส 2 แต่ออมเดียระบุว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ตัวแทนจำหน่ายเร่งตุนสต๊อก iPhone 17 เนื่องจากเก็งกำไรว่า iPhone 18 จะมีราคาสูงขึ้น

"ราคามือถือหลังวิกฤตต้นทุนหน่วยความจำผ่านพ้นไปมีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูง เพราะผู้บริโภคใช้เวลาปรับตัวจนคุ้นชินกับราคานี้แล้ว"

Omdia
smartphone retail store display devices

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ออมเดียประเมินเพิ่มเติมว่า ราคาสมาร์ทโฟนจะยังคงอยู่ในระดับสูงแม้ว่าวิกฤตต้นทุนหน่วยความจำจะคลี่คลายลง เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มปรับตัวและคุ้นชินกับระดับราคานี้แล้ว ส่งผลให้ผู้ผลิตหันมาให้น้ำหนักกับการทำกำไรมากกว่าการขยายยอดขาย โดยคาดว่ายอดจัดส่งจะยังคงลดลงต่อเนื่องอีก 2 ไตรมาส เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว แบรนด์ต่างๆ จะหันมาใช้กลยุทธ์บริการผ่อนชำระ จัดชุดขายพ่วง และรับเทิร์นเครื่องเก่า ซึ่งจะวนกลับกลายเป็นวัฏจักรที่ทำให้แบรนด์ต้องแข่งขันกับตลาดรีเฟอร์บิชของตนเอง นอกจากนี้ แรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าวยังลามไปยังตลาดอุปกรณ์สวมใส่อย่างเช่น Galaxy Watch ของซัมซุง ที่ต้องปรับราคาขึ้นตามไปด้วย

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้