เปิดรายชื่อ วปอ.69: ทหาร-พลเรือน-บิ๊กธุรกิจตบเท้าเรียนอื้อ
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรเปิดรายชื่อนักศึกษา วปอ.69 เผยมีนายทหาร 109 นาย ตำรวจ 13 นาย นอกนั้นเป็นข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ และผู้บริหารธุรกิจชื่อดังเข้าร่วม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วปอ.69 เผยรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาหลักสูตรประจำปี
- มีนายทหารไทย 109 นาย ตำรวจ 13 นาย และนายทหารต่างประเทศ 5 นาย
- ไร้เงานายทหารกัมพูชาต่อเนื่องเป็นปีที่สอง มีเมียนมาเข้าร่วมแทน
- รวมผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และบิ๊กธุรกิจชื่อดัง
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 69 ประจำปีการศึกษา โดยมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการ ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนระดับสูง นักวิชาการ และผู้บริหารจากภาคธุรกิจชั้นนำของประเทศตบเท้าเข้ารับการศึกษาอย่างคับคั่ง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านยุทธศาสตร์และการบริหารงานระดับสูงในประเทศไทย
สำหรับสัดส่วนผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร วปอ.69 ประกอบด้วยนายทหารจาก 3 เหล่าทัพจำนวน 109 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 13 นาย และนายทหารต่างประเทศ 5 นาย ซึ่งมาจากประเทศอินโดนีเซีย จีน เมียนมา มาเลเซีย และอินเดีย ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีนายทหารจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วม โดยข้อมูลระบุว่ากัมพูชาไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าศึกษามาตั้งแต่ปี 2568 ทางสถาบันจึงได้หมุนเวียนเปิดโอกาสให้นายทหารจากประเทศมิตรประเทศอื่นๆ เข้าร่วมหลักสูตรแทน รวมถึงปีนี้ที่มีตัวแทนจากประเทศเมียนมาเข้าร่วมด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของกองทัพบก มีนายทหารระดับนายพลและนายพันที่อยู่ในเส้นทางการบังคับบัญชาสำคัญหลายนาย อาทิ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และ พล.ต.ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ เลขานุการกองทัพบก ขณะที่กองทัพอากาศโดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ส่งนายทหารรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ผู้บังคับการกองบินสำคัญเข้าศึกษา เช่น พล.อ.ต.กฤษณะ เปี่ยมศรี อดีตผู้บังคับการกองบิน 1 นครราชสีมา และ น.อ.พุทธพงศ์ ผลชีวิน อดีตผู้บังคับการกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี
หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ถือเป็นหลักสูตรด้านความมั่นคงระดับสูงสุดของประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้ข้าราชการระดับสูง ทหาร ตำรวจ และผู้บริหารภาคเอกชนได้เข้ามาสร้างเครือข่ายและความเข้าใจร่วมกันในการบริหารจัดการประเทศ การที่หลักสูตรนี้มีผู้บริหารจากภาคธุรกิจและนักวิชาการระดับประเทศร่วมเรียนด้วย สะท้อนถึงการบูรณาการมุมมองแบบองค์รวมระหว่างความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ในส่วนของฝ่ายพลเรือนและภาควิชาการ มีข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารสถาบันการศึกษาเข้าร่วมหลายราย เช่น นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีกำหนดขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนล่าสุดในวันที่ 1 ตุลาคมนี้, รศ.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, รศ.โฆษิต ศรีภูธร อธิบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ขณะที่รายชื่อจากภาคธุรกิจและภาคอิสระก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน มีผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของประเทศเข้าร่วม อาทิ นายมาณพ เสงี่ยมบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), นายกรกฤช จุฬางกูร ประธานบริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด, นางสาวโกมล เจียรวนนท์ ประธานที่ปรึกษาประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ นายภิมุข สิมะโรจน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น