ปลัดดีอี แจง กมธ.ปมขอข้อมูลโครงการ TH-AI Passport ย้อนหลัง
นายพชร ชี้แจง กมธ. กรณีขอเอกสารโครงการ TH-AI Passport ย้อนหลังจำนวนมาก บางส่วนไม่เกี่ยวกับสัญญา พร้อมเผยร่างสัญญาผ่านอัยการแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กระทรวงดิจิทัลฯ แจงกรณี กมธ. ขอเอกสารโครงการ TH-AI Passport ย้อนหลังจำนวนมาก
- ระบุเอกสารบางส่วนปริมาณมหาศาลและไม่เกี่ยวข้องกับตัวสัญญาความเสียหาย
- ย้ำพร้อมส่งมอบเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องและไม่กระทบประโยชน์ราชการ
- เผยร่างสัญญาฉบับปรับปรุงผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว
นายพชร ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการกรรมาธิการ (กมธ.) เกี่ยวกับการขอข้อมูลเอกสารย้อนหลังของโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่าเอกสารที่ทาง กมธ. ร้องขอนั้นมีจำนวนมากและต้องใช้เวลาในการค้นหานานพอสมควร นอกจากนี้ยังมีเอกสารบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาความเสียหายหรือตัวสัญญาแต่อย่างใด
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สดช. กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดแยกเอกสาร โดยส่วนใดที่มีความเกี่ยวข้องและจำเป็นจะทำการจัดส่งให้ตามที่ร้องขอ แต่สำหรับเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้อง ทางกระทรวงยังตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการขอข้อมูลดังกล่าว
ประเด็นการตรวจสอบโครงการภาครัฐผ่านกลไกคณะกรรมาธิการถือเป็นกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตย แต่ในทางปฏิบัติการขอเอกสารย้อนหลังจำนวนมากหรือข้อมูลดิบตั้งแต่เริ่มตั้งกองทุนฯ มักสร้างภาระด้านทรัพยากรบุคคลและเวลาให้กับหน่วยงานรัฐ ซึ่งต้องสร้างความสมดุลระหว่างความโปร่งใสและการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ
นายพชร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การขอเอกสารของ กมธ. แต่ละครั้งมีปริมาณมหาศาล โดยบางครั้งขอเข้ามาถึงประมาณ 30 รายการ ซึ่งใน 1 รายการอาจเทียบเท่ากับเอกสาร 1 ข้อใหญ่หรือ 1 แฟ้มเต็ม อีกทั้งยังมีการขอข้อมูลโครงการทั้งหมดของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมย้อนหลังตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุน และมีการทวงถามซ้ำมาแล้วถึง 3-4 ครั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"หากเอกสารใดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางกระทรวงดีอี ยินดีที่จะส่งมอบให้ แต่หากเอกสารใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อประโยชน์ทางราชการ กระทรวงดีอี ขอสงวนสิทธิ์พิจารณาอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าการขอเอกสารในหลายๆส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง มีจุดประสงค์อย่างไร ซึ่งถือว่าผิดปกติ" นายพชร กล่าว
สำหรับความคืบหน้าของโครงการ TH-AI Passport นายพชร ยืนยันว่าการดำเนินงานไม่ได้หยุดชะงัก แต่ต้องรอส่งร่างสัญญามาตรฐานให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแก้ไข โดยเป็นการเจรจาตกลงปรับเปลี่ยนรายละเอียดส่วนที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะข้อตกลงทั่วไปหรือ GGA ที่ถูกปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิม
ปัจจุบันร่างสัญญาดังกล่าวได้รับการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจรับของ สดช. ซึ่งหากคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมและไม่มีส่วนใดที่ทำให้ราชการหรือประชาชนเสียประโยชน์ โครงการก็จะเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น