Switched on Pop สู่ Netflix: เบื้องหลังพอดแคสต์เพลงป๊อป
Nate Sloan และ Charlie Harding สองผู้จัดพอดแคสต์ Switched on Pop พาเจาะลึกเบื้องหลังดนตรีป๊อปสู่จอ Netflix พร้อมแขกรับเชิญคนดัง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พอดแคสต์ Switched on Pop ย้ายสู่แพลตฟอร์มวิดีโอของ Netflix
- ดำเนินรายการโดย Nate Sloan ศาสตราจารย์ด้านดนตรีวิทยา และ Charlie Harding นักแต่งเพลง
- รายการมีอายุกว่า 12 ปีและผลิตมาแล้วเกือบ 500 ตอน
- แขกรับเชิญในเวอร์ชันวิดีโอประกอบด้วย Aaron Dessner, Trevor Horn และ Cypress Hill
หลังจากโลดแล่นในวงการเสียงมานานกว่า 1 ปีและผลิตตอนออกมาเกือบ 500 ตอน พอดแคสต์วิเคราะห์เพลงป๊อปชื่อดัง Switched on Pop ได้ก้าวสู่รูปแบบวิดีโอบน Netflix โดยมีผู้จัดรายการคู่หูอย่าง Nate Sloan และ Charlie Harding มาถ่ายทอดเรื่องราวเชิงลึกเกี่ยวกับดนตรี
รายการนี้เริ่มต้นขึ้นจากแรงบันดาลใจในความสมบูรณ์แบบของเพลง Call Me Maybe โดยศิลปิน Carly Rae Jepsen ซึ่งผู้จัดทั้งสองท่านได้ใช้วิธีการวิเคราะห์โครงสร้างเพลง การเลือกใช้เสียง และกระบวนการผลิตอย่างละเอียดจนกลายเป็นพอดแคสต์ยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง
พอดแคสต์ Switched on Pop ถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านสื่อเสียง (Audio) สู่สื่อวิดีโอภาพเคลื่อนไหวบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายใหญ่อย่าง Netflix ซึ่งช่วยขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้น และทำให้การอธิบายทฤษฎีทางดนตรีทำได้เห็นภาพและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นผ่านการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและศิลปินระดับตำนาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของเบื้องหลังการทำงาน ผู้จัดรายการทั้งสองได้เผยถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ชื่นชอบในการทำงานเพลงและการใช้ชีวิตประจำวัน:
- Charlie Harding ชื่นชอบกีตาร์โปร่ง Martin D-28 ปี 1970 ที่พบในร้านขายของเก่าในรัฐเมน
- Nate Sloan ใช้ซอฟต์แวร์เขียนโน้ตดนตรี Sibelius เพื่อถอดรหัสทำนองและจังหวะเพลง
- การใช้ปุ่มลัดและแอปพลิเคชัน Rectangle เพื่อจัดระเบียบหน้าต่างบนคอมพิวเตอร์
แม้ว่าทั้งคู่จะมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและดนตรี แต่ก็ยังเจอปัญหาชวนปวดหัวในชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาการตั้งค่า Focus Mode บน iOS ที่ทำให้การแจ้งเตือนจากกลุ่มครอบครัวหลุดรอดเข้ามาในเวลาสอนหนังสือ
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น