ชนนพัฒฐ์ สส.พรรคกล้าธรรม แจงศาลรับฟ้องปมเว็บพนัน
วันที่ 16 สิงหาคม ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 สงขลา พรรคกล้าธรรม ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หลังศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีเว็บพนันออนไลน์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 สงขลา พรรคกล้าธรรม โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 16 สิงหาคม
- ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องเว็บพนันออนไลน์
- ยืนยันความพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อใช้สิทธิต่อสู้คดีด้วยพยานหลักฐาน
- พร้อมน้อมรับคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล และไม่ขอหลบหนีการตรวจสอบจากสังคม
วันที่ 16 สิงหาคม นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 4 จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม ได้เผยแพร่ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงต่อกระแสข่าวความคืบหน้าทางคดีที่ตนเองตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และล่าสุดศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่าตนรับทราบถึงความกังวลและข้อซักถามจากสังคม หลังจากที่ต้องเผชิญกับข้อสงสัยและการวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นเวลานาน
นายชนนพัฒฐ์ระบุในแถลงการณ์ว่า ที่ผ่านมาตนเลือกที่จะเงียบและไม่ตอบโต้ผ่านหน้าสื่อ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดควรได้รับการคลี่คลายด้วยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงภายใต้กระบวนการทางกฎหมาย มากกว่าการตัดสินกันด้วยกระแสความคิดเห็นของสังคม การที่คดีเดินหน้ามาถึงชั้นศาลจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ตนจะได้ใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างเต็มที่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สส.พรรคกล้าธรรมรายนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของศาล โดยระบุว่าองค์กรตุลาการจะพิจารณาคดีความตามตัวบทกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพลใดๆ พร้อมระบุชัดเจนว่าตนไม่เคยคิดว่าตำแหน่งทางการเมืองจะทำให้บุคคลใดอยู่เหนือกฎหมายได้ และพร้อมที่จะรับการตรวจสอบเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
การที่นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกดำเนินคดีและเลือกแนวทางเข้าสู่กระบวนการศาลเพื่อต่อสู้คดี ถือเป็นกลไกตามหลักนิติรัฐที่ช่วยรักษาความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตย โดยการเปิดให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายช่วยลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสสังคม และสร้างบรรทัดฐานว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องพร้อมรับการตรวจสอบอย่างเท่าเทียม
นอกจากคดีประทับรับฟ้องในครั้งนี้ นายชนนพัฒฐ์ยังยอมรับว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตนยังมีข้อครหาและข้อกล่าวหาในประเด็นอื่นๆ อีกหลายเรื่อง ซึ่งตนพร้อมเผชิญหน้าและพิสูจน์ความจริงในทุกข้อกล่าวหาผ่านช่องทางกฎหมายเช่นเดียวกัน เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการตอบคำถามต่อสังคมที่ดีที่สุดคือการนำหลักฐานเข้าสู่การตรวจสอบ ไม่ใช่การออกมาโต้เถียงด้วยวาจา
"ผมไม่ขอให้สังคมเชื่อผมเพียงเพราะคำชี้แจงของผมและผมก็ไม่อยากให้สังคมตัดสินผมเพียงเพราะข้อกล่าวหาที่ปรากฏในวันนี้ ขอให้พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ให้คำตอบ"
ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว
ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ นายชนนพัฒฐ์ย้ำว่าเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุดและมีคำพิพากษาออกมา ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด ตนพร้อมที่จะเคารพคำตัดสินนั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะคำพิพากษาของศาลจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับข้อสงสัยทั้งหมดที่สังคมมีต่อตนมาโดยตลอด
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น