ไฟป่าเบลเยียม 2026 เผาผลาญเขตสงวนธรรมชาติ High Fens
นักผจญเพลิงระดมกำลังดับไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เบลเยียม ทำลายพื้นที่ High Fens ไปถึงหนึ่งในสามและสั่งอพยพชาวบ้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไฟป่าลุกลามเขตสงวนธรรมชาติ High Fens ของเบลเยียมตั้งแต่วันศุกร์
- เปลวไฟเผาผลาญพื้นที่หนึ่งในสามของอุทยานและคุกคามบ้านเรือนใกล้เคียง
- อียูส่งเครื่องบินดับเพลิงและเฮลิคอปเตอร์ช่วยเหลือกู้ภัยข้ามชาติ
- ยุโรปเผชิญวิกฤตไฟป่าหลายจุดท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรง
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของเบลเยียม ซึ่งโหมกระหน่ำทำลายเขตสงวนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่าง High Fens เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยไฟเริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่วันศุกร์และลุกลามกินพื้นที่ไปแล้วถึงหนึ่งในสาม สร้างความวิตกกังวลว่าเปลวไฟอาจลามเข้าสู่เขตชุมชน
ทางการท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้ประชาชนในหมู่บ้านสองแห่งที่อยู่ใกล้เคียงอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเปิดโรงยิมในท้องถิ่นเพื่อรองรับผู้อพยพ ขณะที่ความพยายามในการดับเพลิงต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากสภาพอากาศและภูมิประเทศของอุทยาน ซึ่งเต็มไปด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่พรุ และป่าไม้ทึบ ทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องปล่อยให้ทุ่งเฮทเธอแลนด์บางจุดเผาไหม้ไปตามธรรมชาติเนื่องจากเข้าถึงได้ยาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ที่ยังคงควบคุมไม่ได้ทำให้เบลเยียมต้องตัดสินใจกระตุ้นกลไกการคุ้มครองทางแพ่งของสหภาพยุโรป เพื่อขอกำลังเสริมจากต่างประเทศ โดยมีเครื่องบินทิ้งน้ำจากสวีเดนจำนวน 2ลำ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์จากสาธารณรัฐเช็กและเนเธอร์แลนด์เดินทางเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยานใกล้ชายแดนตะวันออกที่ติดกับประเทศเยอรมนี
วิกฤตไฟป่าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) โดยข้อมูลจากหน่วยงานติดตามตรวจสอบสภาพภูมิอากาศ Copernicus ของสหภาพยุโรปยืนยันว่า ภูมิภาคยุโรปตะวันตกเพิ่งเผชิญกับช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความแห้งแล้งและเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในเบลเยียมเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดไฟป่าในประเทศอื่นๆ เช่น ฝรั่งเศส โครเอเชีย สเปน และเซอร์เบียในช่วงเวลาเดียวกันด้วย
เกรกอรี เมลอตต์ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับเพลิง เปิดเผยกับสำนักข่าว RTBF ของเบลเยียมถึงความยากลำบากในการทำงานว่า ทิศทางลมที่เปลี่ยนแปลงไปสร้างความท้าทายอย่างมาก แต่ทีมงานยังคงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสกัดกั้นเปลวไฟไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ป่าสนเฟอร์
"เปลวไฟกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาหาเรา ลมเปลี่ยนทิศทางถึงสองครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นใจให้เรา แต่อีกครั้งกลับเป็นอุปสรรค"
เกรกอรี เมลอตต์
นอกจากวิกฤตในเบลเยียมแล้ว สถานการณ์ไฟป่าในยุโรปยังคงวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภูมิภาคแลนด์ส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งไฟป่าที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีได้กลับมารุกรามอีกครั้งในวันเสาร์ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยราว 650 คนต้องอพยพ และมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 500 นายระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดตลอดช่วงฤดูร้อนนี้
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น