เปิดหลักฐานหน้าผาคะแนนใบ สว.ป.41 ชี้ชัดส่อไม่สุจริต
เจาะลึกข้อมูลคะแนน สว.ป.41 ทั้ง 20 กลุ่ม พบปรากฏการณ์หน้าผาคะแนนดิ่งฮวบหลังลำดับที่ 6 เฉลี่ย 21.35 คะแนน ชี้พิรุธการเลือกตามโพย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พบปรากฏการณ์หน้าผาคะแนนดิ่งลงอย่างรุนแรงหลังลำดับที่ 6 ใน 17 จาก 20 กลุ่ม
- คะแนนเฉลี่ยลำดับที่ 6 อยู่ที่ 50.60 คะแนน ขณะที่ลำดับที่ 7 ลดลงเหลือ 29.25 คะแนน
- กลุ่ม 14 พบความผิดปกติพิเศษกรณีบัตรลงคะแนนให้ผู้ตกรอบไปแล้ว 11 ใบ
- ข้อมูลดังกล่าวถูกชี้ว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือก สว. อาจไม่สุจริตเที่ยงธรรม
การตรวจสอบข้อมูลคะแนนจากใบ สว.ป.41 ครบถ้วนทั้ง 20 กลุ่ม กำลังเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการเปิดเผยสถิติและตัวเลขคะแนนที่สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติในการลงคะแนนเสียง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่ากระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอาจไม่ได้ดำเนินการไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมตามหลักการที่ควรจะเป็น
จากการวิเคราะห์คะแนนของผู้สมัครในลำดับที่ 1 ถึง 15 ของทุกกลุ่ม พบสัญลักษณ์และรูปแบบที่น่าสนใจ โดยเฉพาะจุดที่เรียกว่าหน้าผาคะแนน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างชัดเจนระหว่างผู้สมัครลำดับที่ 6 และลำดับที่ 7 ในเกือบทุกกลุ่มการแข่งขัน โดยกลุ่มที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 ถึง 6 จะเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง ขณะที่ลำดับที่ 7 ถึง 10 จะเป็นสมาชิกวุฒิสภาสำรอง และลำดับที่ 11 ถึง 15 คือผู้ที่ไม่ได้รับเลือก
เมื่อนำคะแนนของลำดับที่ 6 และลำดับที่ 7 จากทั้ง 20 กลุ่มมาเปรียบเทียบกันโดยละเอียด จะพบตัวเลขที่น่าตกใจว่า คะแนนเฉลี่ยของลำดับที่ 6 อยู่ที่ 50.60 คะแนน แต่เมื่อข้ามมาถึงลำดับที่ 7 คะแนนกลับลดฮวบลงเหลือเพียงเฉลี่ย 29.25 คะแนนเท่านั้น คิดเป็นส่วนต่างที่ลดลงทันทีเฉลี่ยสูงถึง 21.35 คะแนน
ความแตกต่างของคะแนนในช่วงรอยต่อดังกล่าว ในหลายกลุ่มมีความรุนแรงมาก โดยอยู่ในช่วงประมาณ 16 ถึง 36 คะแนน ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด ได้แก่ กลุ่ม 19 คะแนนลดลงจาก 59 เหลือ 23 ต่างกันถึง 36 คะแนน, กลุ่ม 3 และกลุ่ม 10 คะแนนลดลงถึง 32 คะแนน, รวมถึงกลุ่ม 16 และกลุ่ม 20 ที่คะแนนทิ้งห่างกันถึง 30 คะแนน ขณะที่มีเพียงบางกลุ่ม เช่น กลุ่ม 9 และกลุ่ม 18 ที่มีความแตกต่างเพียง 10 คะแนน ซึ่งถือว่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ปรากฏการณ์หน้าผาคะแนนในบริบทของการเลือกตั้งทางอ้อมหรือการเลือกกันเอง มักเป็นเครื่องมือทางสถิติที่นักวิเคราะห์ใช้ตรวจสอบร่องรอยของการจัดตั้งหรือการลงคะแนนตามโพย (Bloc Voting) การที่คะแนนกลุ่มหัวตารางสูงโดดเด่นและตกลงอย่างฮวบฮาบในลำดับถัดไป บ่งชี้ถึงพฤติกรรมการลงคะแนนที่ถูกกำหนดทิศทางไว้อย่างเป็นระบบ มากกว่าการลงคะแนนตามดุลพินิจอิสระของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละราย
นอกจากนี้ ในกลุ่มที่ 14 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพสตรี ยังพบความผิดปกติในลักษณะหน้าผาพิเศษระหว่างลำดับที่ 5 และลำดับที่ 6 โดยมีคะแนนลดลงไปถึง 24 คะแนน เนื่องจากปรากฏว่ามีผู้ลงคะแนนในรอบบ่ายให้กับหมายเลข 128 ของนางสุกัญญา ประจวบเหมาะ ซึ่งเป็นผู้ที่จับสลากแล้วไม่ผ่านเข้ารอบบ่าย และไม่มีชื่ออยู่ในเอกสารแนะนำตัวรอบบ่าย แต่กลับยังมีผู้ลงคะแนนให้ถึง 11 ใบ จนกลายเป็นบัตรเสีย สะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีการลงคะแนนตามหมายเลขในโพยที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แม้บุคคลดังกล่าวจะตกรอบไปแล้วก็ตาม
จากร่องรอยและข้อมูลตัวเลขทั้งหมด ทำให้เมื่อนับจุดตัดที่เกิดขึ้นจริง มีถึง 18 จาก 20 กลุ่มที่ปรากฏหน้าผาคะแนนอย่างเด่นชัด ซึ่งข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้ถูกมองว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การลงคะแนนเลือก สว. ในครั้งนี้ ขาดความลับในการลงคะแนน และอาจมีการรู้เห็นหรือกระทำการใด ๆ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น