ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พชร นริพทะพันธุ์ จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต สร้างสมดุลลงทุนไทย

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ตลท. เสนอรัฐบาลทบทวนภาษีสรรพสามิต พร้อมแนะยุทธศาสตร์ลงทุนไทย ดันอุตสาหกรรมเดิมและใหม่โตคู่กันโดยไม่เลือกข้าง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
16 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
พชร นริพทะพันธุ์ จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต สร้างสมดุลลงทุนไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พชร นริพทะพันธุ์ ชี้ Trickle-Down Effect จะไม่เกิดขึ้นเองหากไร้กลไกบังคับถ่ายทอดมูลค่า
  • เตือนอุตสาหกรรม EV และ Data Center เสี่ยงสร้างงานต่ำหากไม่มีการวางเงื่อนไขที่ดี
  • แนะรัฐบาลไม่ควรเลือกข้างระหว่างอุตสาหกรรมเก่ากับใหม่ แต่ต้องเน้นแชร์ส่วนร่วมมูลค่าการผลิต
  • เสนอ 4 แนวทางรัฐบาลสร้างความเป็นธรรมและยุทธศาสตร์ลงทุนระยะยาวที่ชัดเจน

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกมาแสดงความเห็นถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยกล่าวถึงแนวคิด Trickle-Down Effect เบื้องหลังการพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่แผนพัฒน์ฉบับแรก ซึ่งเชื่อว่าการทุ่มสิทธิประโยชน์ให้รายใหญ่นั้นจะไหลลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงาน ก็ต่อเมื่อมีกลไกบังคับการถ่ายทอดมูลค่า เช่น เงื่อนไขสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (local content) หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี

Thailand modern industrial manufacturing plant electric vehicle

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

พชรระบุว่า หากปราศจากกลไกเหล่านี้ เม็ดเงินลงทุนจะกระจุกตัวอยู่เพียงผู้เล่นรายใหญ่และซัพพลายเชนนำเข้า พร้อมเตือนว่านี่คือความเสี่ยงของทั้งอุตสาหกรรม EV และ Data Center ที่ใช้เงินลงทุนสูงแต่จ้างงานในประเทศต่อหน่วยค่อนข้างต่ำ พร้อมชี้ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ใช่เกมเลือกข้างระหว่างอุตสาหกรรมเก่าที่สั่งสมมากว่า 60 ปี และอุตสาหกรรมใหม่ตามกระแสโลก

"หน้าที่ของประเทศผู้รับการลงทุนไม่ใช่การเป็นกรรมการตัดสินว่าใครจะอยู่ใครจะไป แต่คือการอำนวยความสะดวก ส่งเสริม และจูงใจ ให้นักลงทุนทุกรายที่จริงใจสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในระบบเดียวกัน อย่างเท่าเทียม"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

พชร นริพทะพันธุ์

ข้อมูลจาก IEA ระบุว่ายอดขายรถ EV และปลั๊กอินไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งขึ้นถึง 62% ในช่วงมีนาคม-มิถุนายน โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่โตเร็วที่สุด ขณะที่จีนมียอดขายในประเทศหดตัว 16% หลังตัดเงินอุดหนุน และหันมาส่งออกเพิ่มขึ้น 65% ในครึ่งปีแรกคิดเป็นราว 5 ล้านคัน ซึ่งแบรนด์จีนครองส่วนแบ่งเกือบ 30% ของยอดขายรถใหม่ในไทยแล้ว

198โครงการ EV ที่ BOI อุมัติ
137,000ลบ.มูลค่าลงทุน EV รวมในไทย

ด้านฐานการผลิต EV ในไทย ข้อมูลจาก BOI ระบุว่ามีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้วกว่า 198 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 137,000 ล้านบาท พชรย้ำว่ารัฐต้องตอบให้ได้ว่าเกิดการจ้างงานและมูลค่ากระจายสู่ซัพพลายเชนไทยเท่าไหร่ พร้อมกล่าวถึงมาตรการ EV3.0 ที่บังคับผลิตชดเชย 1-1.5 เท่าว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องพิจารณาความเข้มงวดต่อเนื่องหลังหมดอายุในปี 2570 เช่นมาตรการภาษีสรรพสามิต

มุมมองของพชรสะท้อนความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ฐานการผลิตระดับโลก โดยชี้ให้เห็นว่าการดึงดูดตัวเลขเม็ดเงินลงทุนมหาศาลอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากประเทศไม่สามารถสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ (Local Supply Chain) ที่เข้มแข็งมารองรับได้จริง ซึ่งบทเรียนจากอุตสาหกรรมยานยนต์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านโยบายภาครัฐสามารถสร้างความยั่งยืนหรือสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับผู้เล่นเดิมได้ในระยะยาว

สำหรับแนวทางที่รัฐบาลควรพิจารณา 4 ประการ ประกอบด้วย:

  • อย่าเลือกอุตสาหกรรมแทนตลาดโดยใช้มาตรการภาษีบิดเบือนทิศทาง
  • ปฏิบัติต่อนักลงทุนทุกรายอย่างเท่าเทียมไม่ให้รายเดิมเสียเปรียบ
  • วางเงื่อนไขให้เกิดการแชร์มูลค่าจริงผ่านเทคโนโลยีและแรงงานไทย
  • สร้างความชัดเจนและต่อเนื่องของนโยบายระยะยาว

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้