อภิสิทธิ์ ปิดโครงการ DIP ชี้ผู้นำไทยใจฝักใฝ่อำนาจนิยม
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปิดโครงการ DIP รุ่นที่ 16 เมื่อ 16 สิงหาคม ชี้สังคมไทยขาดผู้นำยึดมั่นประชาธิปไตยแท้จริง พร้อมแนะ 3 ข้อสร้างภาวะผู้นำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อภิสิทธิ์ปิดโครงการ DIP รุ่นที่ 16 เมื่อ 16 สิงหาคม ณ รัฐสภา
- ระบุผู้นำไทยมาจากการเลือกตั้งแต่ยังฝักใฝ่อำนาจนิยม
- แนะ 3 คุณลักษณะสำคัญคือมีทิศทางชัดเจน ยึดมั่นประชาธิปไตย และมี Empathy
- กรณ์ จาติกวณิช หนุนคนรุ่นใหม่สะสมประสบการณ์ก่อนเข้าสู่การเมือง
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปิดโครงการ DIP รุ่นที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการ Blue Academy ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกันนี้ยังได้ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership)” แก่ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคน โดยได้กล่าวชื่นชมถึงศักยภาพ ความคิดอ่าน และความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ในรุ่นนี้ที่มีความหลากหลาย
นายอภิสิทธิ์ได้สะท้อนมุมมองว่า ความสำเร็จของผู้นำในแต่ละด้านมีความแตกต่างกันไปตามเป้าหมายของชีวิต แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญคือการรู้จักค้นหาความถนัดของตนเองควบคู่ไปกับการพัฒนาจุดที่ยังบกพร่อง โดยเฉพาะทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งต้องอาศัยทั้งความอดทนและความใส่ใจในความต้องการที่แท้จริงของผู้คนรอบข้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในการบรรยายครั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้จำแนกคุณลักษณะสำคัญของ “ภาวะความเป็นผู้นำ” ที่สังคมยุคปัจจุบันกำลังต้องการอย่างเร่งด่วนออกเป็น 3 ประเด็นหลักด้วยกัน:
- ผู้นำต้องรู้ทิศทางและมีแสงนำทางที่ชัดเจน มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ทำให้คนอยากเดินตาม ไม่มองปัญหาเพียงมิติทางเทคนิค
- ผู้นำต้องยึดมั่นในจิตวิญญาณและค่านิยมประชาธิปไตย เคารพเสียงข้างน้อย รับฟังเสียงทักท้วง และมีความรับผิดชอบทางการเมือง
- ผู้นำต้องเปิดใจและเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น มี Empathy รู้จักเอาใจใส่และเข้าใจวิธีคิดของผู้คน
“สังคมไทยเราขาดผู้นำที่ยึดถือค่านิยมประชาธิปไตย เรามีผู้นำที่มาจากระบอบประชาธิปไตย แต่ใจยังฝักใฝ่ระบบอำนาจนิยม คนขึ้นมามีอำนาจแล้วมักลืมไปว่าคำว่าประชาธิปไตยไม่ได้สิ้นสุดลงตอนที่คุณชนะเลือกตั้ง หรือได้เสียงข้างมากในสภา”
นายอภิสิทธิ์ขยายความเพิ่มเติมในประเด็นด้านประชาธิปไตยว่า การเป็นผู้นำที่ดีนั้นไม่เพียงพอที่จะอ้างแค่ว่าตนเองไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ยังต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง พร้อมเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังได้กล่าวเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นให้เข้ามาร่วมงานการเมือง เนื่องจากมองว่าเป็นกลไกที่ตรงที่สุดในการผลักดันการแก้ไขกฎหมายเชิงโครงสร้าง พร้อมฝากข้อคิดให้พร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาดและความล้มเหลวเสมอ
โครงการ DIP หรือ Blue Academy ของพรรคการเมืองถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างเครือข่ายและบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ (Political Incubation) เพื่อป้อนเข้าสู่สนามการเลือกตั้งและการทำงานภาครัฐ การที่นักการเมืองอาวุโสอย่างนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ออกมาถ่ายทอดบทเรียน สะท้อนให้เห็นความพยายามในการปรับตัวของพรรคการเมืองยุคใหม่ที่ต้องการเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสา้าวิชาชีพ นอกเหนือจากเครือข่ายทางการเมืองแบบดั้งเดิม
ทางด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมขึ้นกล่าวแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงบนเส้นทางการเมือง โดยระบุว่าชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ตนเองในวัยเดียวกับผู้เข้าร่วมโครงการไม่เคยคิดจะเล่นการเมือง แต่ทุ่มเทให้กับภาคธุรกิจการเงินจนประสบความสำเร็จในวัยราว 40 ปี จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมืองเพื่อใช้ความรู้ความสามารถทำประโยชน์ให้ส่วนรวม
นายกรณ์กล่าวเสริมว่า การมีคนรุ่นใหม่อาสามาร่วมโครงการ DIP แสดงถึงจิตสาธารณะและความหวังในการพัฒนาบ้านเมือง ทุกประสบการณ์ในวิชาชีพล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้แต่ละคนเป็นนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในวันที่ตกผลึก และหวังว่าเครือข่าย DIP จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น