อนุทิน ถูกสุ่มตรวจปืนและยาเสพติดที่ด่านบุรีรัมย์ตามนโยบายตนเอง
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจสุ่มตรวจอาวุธปืนและยาเสพติดอย่างเข้มงวด ระหว่างลงพื้นที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 16 ส.ค. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดที่ด่านบุรีรัมย์
- เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่อำเภอบ้านด่าน
- มาตรการคุมเข้มเกิดขึ้นหลังเหตุรุนแรงต่อเนื่องรวมถึงกรณียิงอดีตนายก อบจ.
- นายกฯ มีคำสั่งระงับการออกใบอนุญาตซื้อและครอบครองปืน ป.3 และ ป.4 แล้ว
วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดอย่างเข้มงวดในพื้นที่ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัด การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นกวดขันและป้องกันการแพร่กระจายของอาวุธปืนในสังคม
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น นายอนุทินซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ดังกล่าวได้เดินทางผ่านจุดตรวจ และถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้นเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยไม่มีการยกเว้นให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงแต่อย่างใด สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคตามนโยบายที่ได้วางไว้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในระหว่างการตรวจค้น นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า "เจออะไรไหม" ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบว่า "ไม่เจอครับ" ก่อนที่นายกฯ จะถามกลับในประเด็นภาพรวมว่า "หมายถึงที่ตั้งด่านทั่วๆไปแถวนี้" และได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "เจอแต่ยาครับ" ซึ่งสร้างความสนใจให้กับผู้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก
"เจอแต่ยาครับ"
รายงานข่าวระบุว่า การยกระดับมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสังคมไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงสะเทือนขวัญหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุในโรงเรียน กรณีลูกชายนักการเมืองใช้ปืนตบหน้าเพื่อนนักเรียน และเหตุการณ์อุกฉกรรจ์กรณีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตนักการเมือง ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
การที่ผู้นำประเทศยอมรับการตรวจค้นด้วยตนเองที่ด่านตรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นการเน้นย้ำถึงความจริงจังในการบังคับใช้มาตรการควบคุมอาวุธปืนและยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ การสั่งระงับใบอนุญาต ป.3 และ ป.4 รวมถึงการยกเลิกการแจกปืนให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นการตัดวงจรการเข้าถึงอาวุธจากต้นทาง แม้จะสร้างแรงกระเพื่อมในกลุ่มผู้ครอบครองอาวุธปืน แต่ก็เป็นมาตรการเด็ดขาดที่ภาครัฐต้องทำเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางและป้องกันไม่ให้อาวุธปืนหลุดไปอยู่ในสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงซ้ำ ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืนหรือ ป.3 และใบอนุญาตครอบครองปืนหรือ ป.4 ทั้งหมด จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น พร้อมทั้งสั่งการให้กรมการปกครองยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น