ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 5 ปี คดีนำรถ กอ.รมน. ชำแหละ

ศาลจังหวัดนราธิวาสพิพากษาจำคุกจำเลย 5 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย หลังนำรถยนต์ กอ.รมน. ไปชำแหละทำลายหลักฐานคดียิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
16 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 5 ปี คดีนำรถ กอ.รมน. ชำแหละ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศาลจังหวัดนราธิวาสพิพากษาจำคุก 10 ปี จำเลยคดีนำรถ กอ.รมน. ไปชำแหละทำลายหลักฐาน แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 5 ปี ไม่รอลงอาญา
  • คดีดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับการลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อเดือนมี.ค. 2569
  • ผลสืบสวนชี้กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นอดีตทหารพรานและนาวิกโยธิน 5 ราย ส่วนผู้บงการ 2 ราย เป็นนายทหาร กอ.รมน.

ศาลจังหวัดนราธิวาสมีคำพิพากษาตัดสินในคดีสำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำรถยนต์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ไปทำการชำแหละเพื่อทำลายพยานหลักฐาน ในคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยศาลพิจารณาความผิดฐานช่วยเหลือผู้อื่นให้ไม่ต้องรับโทษ ทำให้พยานหลักฐานเสียหาย ซ่อนเร้น หรือสูญหาย รวมถึงความผิดฐานรับของโจรเพื่อค้ากำไร

ในกระบวนการพิจารณาคดี ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นศาล จึงได้รับสิทธิในการลดโทษกึ่งหนึ่ง ส่งผลให้คงเหลือโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี โดยไม่มีการรอลงอาญา พร้อมกันนี้ศาลยังได้มีคำสั่งให้จำเลยทำการชดใช้ค่าเสียหายให้กับทาง กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย

Thailand government security vehicle

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเหตุลอบยิงเพื่อมุ่งสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ในระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังเดินทางกลับบ้านพักในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส

5ผู้ก่อเหตุ (อดีตทหารพราน-นาวิกโยธิน)
2ผู้ต้องหาเบื้องหลัง (นายทหาร กอ.รมน.)

จากการดำเนินงานสืบสวนสอบสวนอย่างเจาะลึกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมดหลายราย โดยแบ่งโครงสร้างผู้กระทำผิดออกเป็นกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติการจำนวน 5 ราย ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นอดีตทหารพรานและอดีตนาวิกโยธิน และกลุ่มผู้ต้องหาที่คาดว่าเป็นผู้ร่วมอยู่เบื้องหลังอีก 2 ราย ซึ่งมีพยานหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นผู้นำรถยนต์ราชการสังกัด กอ.รมน. มาส่งมอบให้กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้เป็นยานพาหนะในการลงมือ

คดีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอิทธิพลที่ใช้ทรัพยากรทางราชการมาสนับสนุนกิจצกรรมผิดกฎหมาย การที่รถยนต์ของหน่วยงานความมั่นคงถูกนำไปใช้เป็นพาหนะและถูกนำไปทำลายหลักฐาน สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและเด็ดขาดถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้