Sebastien Pocognoli นั่งแท่นกุนซือทีมชาติสกอตแลนด์
เซบาสเตียน โปโคโญลี โค้ชชาวเบลเยียมวัย 39 ปี เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติสกอตแลนด์ชายคนใหม่ต่อจากสตีฟ คลาร์ก โดยมีภารกิจสำคัญในการปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นและรีเฟรชทีม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เซบาสเตียน โปโคโญลี วัย 39 ปี ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติสกอตแลนด์ชายคนใหม่
- เข้ามาแทนที่สตีฟ คลาร์ก ผู้จัดการทีมที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานถึงเจ็ดปี
- มีความคาดหวังให้ยกระดับหรือรักษาผลงานระดับสูง พร้อมปรับสไตล์การเล่นให้ครองบอลมากขึ้น
- โปรแกรมแรกคุมทีมทำศึกยูฟ่า เนชันส์ลีก พบกับสโลวีเนีย สวิตเซอร์แลนด์ และมาซิโดเนียเหนือ ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้
เซบาสเตียน โปโคโญลี กุนซือชาวเบลเยียมวัย 39 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติสกอตแลนด์ชายคนใหม่ หลังจากที่สตีฟ คลาร์ก อำลาตำแหน่งหลังกุมบังเหียนยาวนานถึงเจ็ดปีเต็ม โดยโปโคโญลีฝากผลงานด้วยการพาอูยง แซ็ง-ฌิลลัวส์ คว้าแชมป์ลีกบ้านเกิด และสร้างชื่อเสียงด้วยรูปแบบการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ
อย่างไรก็ตาม อดีตแบ็กซ้ายรายนี้เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งกุนซือโมนาโกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังรับงานได้เพียงแปดเดือนเท่านั้น ก่อนจะว่างเว้นและเข้ามาสู่การพิจารณาของสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ ภารกิจที่รออยู่ข้างหน้าจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเขาต้องรักษามาตรฐานความสำเร็จที่คลาร์กทำไว้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกับปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นและถ่ายเลือดใหม่ให้กับขุนพลตาร์ตัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สภาพของทีมชาติสกอตแลนด์ในปี 2026 แตกต่างจากยุคที่คลาร์กเข้ารับงานในปี 2019 อย่างสิ้นเชิง โดยในเวลานั้นทีมชาติประสบความล้มเหลวและไม่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ยาวนานถึงสองทศวรรษ แต่ภายใต้การคุมทีมของคลาร์ก สกอตแลนด์ได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูโรติดต่อกันและลุยศึกฟุตบอลโลก โดยคลาร์กสามารถพาทีมผ่านเข้ารอบรายการใหญ่ได้ถึง 3 จาก 4 ครั้ง
การเปลี่ยนผ่านผู้จัดการทีมชาติมักมาพร้อมกับความท้าทายเรื่องเวลาซ้อมที่จำกัด เนื่องจากโค้ชทีมชาติไม่มีเวลาทำงานร่วมกับนักเตะทุกวันเหมือนคุมสโมสร การที่โปโคโญลีต้องการเปลี่ยนสไตล์การเล่นมาเน้นการครองบอลจึงต้องอาศัยความอดทนจากทั้งแฟนบอลและสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อให้ระบบใหม่ซึมซับเข้าสู่ทีม
ประสบการณ์การคุมทีมเยาวชนระดับนานาชาติให้กับเบลเยียม รวมถึงการผ่านงานในอคาเดมี่ของอูยง แซ็ง-ฌิลลัวส์ และเกงค์ น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกใจสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ นอกจากนี้ เขายังเคยผ่านเวทีฟุตบอลระดับเยาวชนและติดทีมชาติชุดใหญ่ของเบลเยียมถึง 13 นัด ในยุคที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น