ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Jared Kushner ถกผู้นำฮามาส ดันแผนสันติภาพกาซา

จาเรด คุชเนอร์ ทูตตะวันออกกลางของสหรัฐฯ เข้าพบคาลิล อัล-ฮายยา ผู้นำฮามาสคนใหม่ที่อียิปต์ เพื่อผลักดันแผนสันติภาพกาซา ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากอิสราเอล

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
17 Aug 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Jared Kushner ถกผู้นำฮามาส ดันแผนสันติภาพกาซา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • จาเรด คุชเนอร์ ทูตสหรัฐฯ เจรจากับคณะผู้แทนฮามาสในอียิปต์เมื่อวันอาทิตย์
  • การพูดคุยเน้นการปลดอาวุธ ถอนทหารอิสราเอล และความช่วยเหลือมนุษยธรรม
  • 8 ชาติมุสลิมออกแถลงการณ์ประณามท่าทีปฏิเสธแผนสันติภาพของอิสราเอล
  • นิกอไล มลาดานอฟ และ โทนี แบลร์ เข้าร่วมการประชุมในฐานะทูตคณะมนตรีสันติภาพ

จาเรด คุชเนอร์ ทูตพิเศษตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าพบปะเจรจากับกลุ่มฮามาสในประเทศอียิปต์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการนำแผนสันติภาพฉนวนกาซาที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯ ไปปฏิบัติจริง นับเป็นการพบกันระดับสูงครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาเมื่อปีที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เปิดเผยกับบีบีซีว่า การหารือเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีลูกเขยของโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพบกับคณะผู้แทนที่นำโดยคาลิล อัล-ฮายยา ผู้นำคนใหม่ของกลุ่มฮามาส นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นิกอไล มลาดานอฟ และโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ในฐานะทูตคณะมนตรีสันติภาพ (Board of Peace) ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย พร้อมด้วยตัวแทนจากอียิปต์ กาตาร์ และตุรกี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพ

Middle East peace negotiation room

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การเจรจาดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เช่น การปลดอาวุธของฮามาส การถอนกำลังทหารของอิสราเอล และความพยายามด้านมนุษยธรรม แม้ว่าจะยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการพูดคุยเหล่านี้ โดยในระหว่างที่อยู่ในอียิปต์ คุชเนอร์ยังได้เข้าพบกับประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์อีกด้วย

คณะมนตรีสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งเดิมทีถูกก่อตั้งขึ้นเป็นองค์กรระหว่างประเทศเพื่อนำสันติภาพมาสู่ฉนวนกาซา ก่อนจะขยายขอบเขตครอบคลุมความขัดแย้งทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้ามามีบทบาทหลักผ่านการทูตเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการประสานผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างจุดยืนของอิสราเอลที่ต้องการให้ปลดอาวุธอย่างเบ็ดเสร็จก่อน กับเงื่อนไขการเจรจาของฝ่ายปาเลสไตน์และชาติมุสลิมในภูมิภาค

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในวันเดียวกันนั้น ประเทศมุสลิม 8 ประเทศ ได้แก่ อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน ตุรกี ปากีสถาน และอินโดนีเซีย ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามการที่อิสราเอลปฏิเสธแผนดังกล่าว โดยระบุว่าท่าทีของอิสราเอลกำลังคุกคามความพยายามสร้างสันติภาพของโดนัลด์ ทรัมป์

ทางด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าเขาต้องการให้มีการปลดอาวุธฮามาสอย่างเต็มรูปแบบเสียก่อน จึงจะยอมรับการดำเนินตามข้อตกลง โดยมีรายงานจากสื่ออิสราเอลระบุว่า คุชเนอร์ มลาดานอฟ และแบลร์ มีกำหนดการจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีอิสราเอลในวันจันทร์เพื่อผลักดันแผนดังกล่าวต่อไป

สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมีความเปราะบาง แม้ข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมปีที่แล้วจะยังคงดำเนินอยู่ แต่กองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (IDF) ได้ดำเนินการโจมตีหลายครั้งในฉนวนกาซา โดยอ้างว่ากลุ่มฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทั้งนี้ สงครามดังกล่าวปะทุขึ้นจากการโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลนำโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คน

กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาระบุว่า การตอบโต้ของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 73,000 คน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าน่าเชื่อถือโดยองค์การสหประชาชาติ ขณะที่ยูเอ็นประเมินว่ามีประชาชนราว 1.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 90% ของประชากรทั้งหมดในกาซา ที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้