ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ไทยชูจุดยืนกลางปม AI สหรัฐ-จีน เล็งหารือ กต. วางท่าที

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ระบุไทยต้องวางตัวเป็นกลางด้าน AI พร้อมเตรียมหารือกระทรวงการต่างประเทศเพื่อกำหนดท่าทีรับมือแรงกดดันจากสหรัฐและจีน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
17 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ไทยชูจุดยืนกลางปม AI สหรัฐ-จีน เล็งหารือ กต. วางท่าที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ชี้ไทยควรวางตัวเป็นกลางด้านเทคโนโลยี AI
  • เตรียมหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เพื่อกำหนดท่าทีที่เหมาะสม
  • เร่งสร้างความเข้มแข็งโครงสร้างพื้นฐานและฐานข้อมูลภายในประเทศตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา
  • ชูโมเดล กรอ. 4 ขา ดึง 4 รองนายกฯ ขับเคลื่อนการลงทุน การค้า คน เทคโนโลยี และกฎหมาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เปิดเผยถึงประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งให้ประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับประเทศจีน โดยระบุว่าเทคโนโลยี AI มีความเกี่ยวข้องกับหลายกลุ่ม เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการพูดคุยกันภายในกลุ่มระดับหนึ่งแล้ว

นายยศชนันกล่าวถึงการเดินทางร่วมประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก (WIC) ที่ประเทศจีนว่า แม้การเข้าร่วมอาจมีความจำเป็น แต่ประเทศไทยจะต้องพิจารณาในบางมุม และหากต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลาง เพื่อให้สามารถหาแง่มุมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยในลำดับถัดไปจะเข้าหารือกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดท่าทีของประเทศ

การกำหนดท่าทีของประเทศไทยท่ามกลางความขัดแย้งทางเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานของ AI ตั้งแต่ชิปเซมิคอนดักเตอร์ไปจนถึงดาต๋าเซ็นเตอร์มีความเชื่อมโยงกับทั้งสองขั้วอำนาจ การประกาศจุดยืนเป็นกลางจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรทางเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็รักษาโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมจากทั้งสองฝ่ายไว้ได้

เมื่อถูกถามว่าการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่ นายยศชนันระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศในส่วนที่เป็นพื้นฐานซึ่งขาดไม่ได้ โดยที่ผ่านมาได้พูดคุยกับหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อยกระดับพื้นฐานของไทยให้แข็งแกร่งและไม่ถูกต่อรองอยู่ตลอดเวลา โดยมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้ไทยมีพื้นฐานของตนเอง แม้จะถูกปฏิเสธในบางเรื่องก็ยังสามารถประคับประคองตัวอยู่ได้

Bangkok government building server room data center

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในส่วนของการรับมือกับแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจ นายยศชนันย้ำว่าความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่ง การลงทุนอย่างจริงจังในโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่แค่ AI อย่างเดียว แต่รวมถึงชั้นข้อมูลและความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถคิดคนเดียวได้ จำเป็นต้องให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ริเริ่มในจุดที่มีความเสี่ยง ก่อนที่ภาคเอกชนจะเข้ามาต่อยอดในส่วนที่เห็นผลทางธุรกิจ

"ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่น ก็จะตอบง่ายเลยว่าเรื่องนี้ควรไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น ฉะนั้น เรื่องนี้ มองว่าควรต้องลงทุนจริงๆ"

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
3เดือนของการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
4ขาขับเคลื่อนผ่าน กรอ.

นอกจากนี้ นายยศชนันยังได้กล่าวถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยระบุว่ารัฐบาลได้ขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในรูปแบบ กรอ. 4 ขา ประกอบด้วย:

  • ด้านการลงทุน: กำกับดูแลโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง
  • ด้านการขาย: กำกับดูแลโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์
  • ด้านคนและเทคโนโลยี: กำกับดูแลโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.อว.
  • ด้านการพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ: กำกับดูแลโดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้