เท้ง ดักคอกลุ่มการเมือง-นักร้อง ใช้มาตรฐานเดียวกัน ปมฮั้วสว.
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จี้รัฐบาลและนักร้องตรวจสอบปมคลิปเสียงฮั้ว สว. และพาดพิงเบื้องบนด้วยมาตรฐานเดียวกัน ย้ำหากปรับ ครม. หนีซักฟอก ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงโต้คดีฮั้ว สว. พัวพันพรรคภูมิใจไทย
- จี้กลุ่มการเมืองและนักร้องใช้มาตรฐานเดียวกันตรวจสอบปมคลิปเสียงอ้างเบื้องบน
- ย้ำการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการปกติ เตือนรัฐบาลอย่าปรับ ครม. เพื่อหนีการตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ณ อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าคดีฮั้ว สว. ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายรัฐบาล โดยนายณัฐพงษ์มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการปกติในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีมูลเหตุเพียงพอที่จะนำมาอภิปรายได้ เนื่องจากทางพรรคฝ่ายค้านมีหลักฐานชี้ชัด ทั้งคำให้การพยาน หลักฐานการจองโรงแรม และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังพรรคภูมิใจไทย
นายณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงประเด็นการตรวจสอบ สว. สีส้ม ว่าทางพรรคตรวจสอบทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ห้ามเรื่องการแนะนำตัวของผู้สมัคร ซึ่งเป็นกระบวนการที่ควรจะเป็นเพื่อให้ผู้ลงคะแนนรู้จักตัวตนและกลุ่มอาชีพ สิ่งที่ผิดกฎหมายคือการสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนหรือตำแหน่ง โดยขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังรอมติจาก กกต. ในวันที่ 31 ส.ค. นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
บริบทเพิ่มเติม: ประเด็นการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วคะแนนเสียงถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองไทยที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจและองค์กรอิสระ การที่พรรคฝ่ายค้านออกมากดดันด้วยเส้นทางการเงินและหลักฐานการจองสถานที่ สะท้อนถึงความพยายามใช้กลไกสภาในการตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องนิติสงครามและการใช้กฎหมายเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองก็เป็นเครื่องมือที่มักถูกหยิบยกมาถกเถียงกันในบริบทการเมืองไทยยุคปัจจุบัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นดราม่ากรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้สังคมอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียงที่พาดพิงเบื้องบน นายณัฐพงษ์ระบุว่า ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามทำลายล้างทางการเมือง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตไปยังกลุ่มการเมืองและนักร้องเรียนต่างๆ ว่าจะกล้าใช้มาตรฐานเดียวกันในการยื่นตรวจสอบพวกพ้องหรือกลุ่มก้อนการเมืองฝั่งเดียวกันหรือไม่ หากมีการปิดชื่อและไม่ดูสังกัดพรรค
"ถ้ามองในภาพกว้างจริง ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่อนุญาตให้กลุ่มคนที่มีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามทำลายล้างระบบการเมือง"
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ในส่วนของความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงก็ควรเข้ามาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และหากมีความพยายามปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจผ่านคูหาเลือกตั้งในครั้งหน้า
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น