เหตุโจมตีข้ามพรมแดน: ยูเครน-รัสเซียโต้เดือด เสียชีวิตรวมพุ่ง
เหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนข้ามพรมแดนระหว่างรัสเซียและยูเครนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในรัสเซีย 6 ราย และในยูเครนอีกหลายราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธของยูเครนในแคว้นเบลโกรอดของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย รวมถึงเด็กอายุ 14 ปี
- ยูเครนเผชิญการโจมตีจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เผยว่ารัสเซียใช้โดรนกว่า 1,550 ลำ และระเบิดร่อนเกือบ 1,560 ลูกในสัปดาห์นี้
- รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองยูเครนยืนยันว่าการโจมตีเป้าหมายระยะไกลในรัสเซียจะยังคงดำเนินต่อไป
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อทางการรัสเซียเปิดเผยว่า เหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธของยูเครนข้ามพรมแดนเข้ามายังแคว้นเบลโกรอดในยามค่ำคืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย โดยในกลุ่มผู้บาดเจ็บนั้นมีเด็กอายุ 14 ปีรวมอยู่ด้วย ซึ่งทาง อเล็กซานเดอร์ ชูวาเอฟ รักษาการผู้ว่าการแคว้น ได้ระบุข้อมูลดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
แรงระเบิดจากการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ได้สร้างความเสียหายแก่ตัวอาคาร และทำให้รถยนต์คันหนึ่งได้รับความเสียหายภายในหมู่บ้านโคโลสโกโว ตั้งอยู่ในเขตวาลุยสกี ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนยูเครน โดยเด็กที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ขณะที่อีกสองรายได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ทางการรัสเซียในแคว้นอัสตารัคฮันทางตอนใต้ ยังรายงานว่ามีผู้หญิงเสียชีวิต 1 ราย หลังจากการโจมตีด้วยโดรนพุ่งชนบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในฝั่งของยูเครน ทางการท้องถิ่นนำโดย โอเลห์ คิเปอร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารระดับภูมิภาค เปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศในยามค่ำคืนพุ่งเป้าไปที่เมืองท่าโอเดสกา ริมทะเลดำ ส่งผลให้เรือพลเรือนได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดยมอสโกพยายามใช้ยุทธวิธีโจมตีท่าเรือและแนวชายฝั่งเพื่อสกัดกั้นบริษัทต่างชาติไม่ให้ทำการค้าขายกับยูเครน ขณะที่กรุงเคียฟได้ยกระดับการใช้โดรนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทางการรัสเซียระบุว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้ โดยมีการยิงโดรนราว 822 ลำเข้ามายังรัสเซีย และมีถึง 600 ลำที่พุ่งเป้าไปยังกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในแคว้นรอสตอฟทางตะวันตกเฉียงใต้ 5 ราย หญิงสาวเสียชีวิตบนรถโดยสารประจำทางในเบลโกรอด และชายวัย 83 ปีเสียชีวิตจากเหตุโดรนโจมตีในแคว้นมอสโก รวมถึงโกดังสินค้าของร้านค้าปลีกออนไลน์รัสเซียอย่าง Wildberries ที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน
"ยูเครนไม่ได้จงใจโจมตีพลเรือน และการเสียชีวิตบางกรณีในรัสเซียเป็นผลมาจากระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ยิงสกัดมิสไซล์และโดรนจนเกิดความผิดพลาดขึ้นโดยอุบัติเหตุ"
พลตรี วาดิม สกิบิตสกี รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองยูเครน
วิเคราะห์สถานการณ์: การยกระดับการโจมตีระยะไกลด้วยโดรนและขีปนาวุธของทั้งสองฝ่ายสะท้อนให้เห็นถึงสงครามATTRITION หรือสงครามยืดเยื้อที่มุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และเศรษฐกิจของฝ่ายตรงข้าม มากกว่าการปะทะกันแค่ในสนามรบแนวหน้า การที่ยูเครนพุ่งเป้าไปที่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า เช่น โกดังของ Wildberries บ่งชี้ถึงความพยายามตัดเส้นทางสนับสนุนทางการทหารและเศรษฐกิจของรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเองก็ตอบโต้ด้วยการมุ่งทำลายท่าเรือและโรงงานผลิตชิ้นส่วนอาวุธในยูเครนเช่นกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้าน พลตรี วาดิม สกิบิตสกี รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของยูเครน ได้ออกมาปกป้องปฏิบัติการโจมตีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าของยูเครน โดยกล่าวหาว่ารัสเซียใช้เครือข่ายพลเรือนเป็นฉากหน้าในการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธ พร้อมทั้งยืนยันว่ายูเครนไม่ได้มีเจตนาพุ่งเป้าทำลายชีวิตพลเรือนแต่อย่างใด ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยตัวเลขสถิติว่าตลอดสัปดาห์นี้มีถึง 13 ภูมิภาคในยูเครนที่ถูกโจมตี โดยรัสเซียได้ระดมยิงโดรนโจมตีกว่า 1,550 ลำ ระเบิดร่อนเกือบ 1,560 ลูก และขีปนาวุธอีก 62 ลูกเข้าใส่เป้าหมายทั่วประเทศ
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น