เฮอร์ริเคนลาลาถล่มฮาวาย: น้ำท่วมฉับพลันกวาดบ้านเรือนพัง
รัฐฮาวายเผชิญน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลังเฮอร์ริเคนระดับ 1 ลาลาเคลื่อนตัวเฉียดเกาะใหญ่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เฮอร์ริเคนระดับ 1 ลาลาเคลื่อนตัวเฉียดเกาะใหญ่ของฮาวายช่วงสุดสัปดาห์
- เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
- บ้านเรือนราว 100 หลังบนเกาะใหญ่ถูกกระแสน้ำพัดหลุดจากฐานราก
- ครัวเรือนกว่า 200,000 แห่งต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับทั่วพื้นที่
รัฐฮาวายกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตหลังจากพายุเฮอร์ริเคนระดับ 1 นามว่าลาลา ได้เคลื่อนตัวเฉียดผ่านบริเวณเกาะใหญ่หรือบิ๊กไอแลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักกระหน่ำอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
รายงานจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า อิทธิพลของกระแสลมกระโชกแรงและปริมาณน้ำฝนจำนวนมากมีความรุนแรงถึงขั้นสามารถพัดพาบ้านเรือนประชาชนบนเกาะใหญ่หลุดออกจากรากฐานได้มากกว่า 100 หลังคาเรือน นอกจากนี้ความรุนแรงของพายุยังส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค โดยมีบ้านเรือนมากกว่า 200,000 ครัวเรือนต้องตกอยู่ในความมืดเนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความรุนแรงของภัยพิบัติครั้งนี้ยังสร้างความสูญเสียต่อชีวิต โดยทางการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตเบื้องต้นแล้ว 1 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่างเร่งด่วน
พายุเฮอร์ริเคนระดับ 1 แม้จะเป็นความรุนแรงระดับต่ำสุดตามมาตราซัฟฟิร์-ซิมป์สัน (Saffir-Simpson Hurricane Wind Scale) แต่ความเร็วลมที่ช่วง 119-153 กม./ชม. ประกอบกับหยาดน้ำฟ้าปริมาณมหาศาล มักสร้างความเสียหายจากอุทกภัยและดินโคลนถล่มได้รุนแรงกว่าแรงลมเสมอ โดยเฉพาะในเกาะที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและดินอุ้มน้ำได้จำกัดเช่นเกาะใหญ่ของฮาวาย
ในส่วนของการเคลื่อนตัวของพายุ เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินระบุว่า พายุโซนร้อนลูกนี้มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกอย่างต่อเนื่องในช่วงสองสามวันข้างหน้า ซึ่งทำให้พื้นที่อื่นๆ ต้องเฝ้าระวังภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นตามมาเพิ่มเติม
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น