ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ทวี สอดส่อง จี้คดียิง สส.กมลศักดิ์ ต้องโปร่งใส ไร้ทำลายหลักฐาน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่ยะลา-สงขลา 17-18 ส.ค. 2569 จี้ตำรวจเร่งพิสูจน์ปืน 2 กระบอกในคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ให้ชัดเจนเพื่อคืนความเชื่อมั่น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
18 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
ทวี สอดส่อง จี้คดียิง สส.กมลศักดิ์ ต้องโปร่งใส ไร้ทำลายหลักฐาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่ จ.ยะลาและสงขลา ระหว่างวันที่ 17-18 ส.ค. 2569
  • จี้ตำรวจคลี่คลายปมปืน 2 กระบอกในคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ให้กระจ่างชัด
  • เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ต้องทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ห้ามทำลายหลักฐานเพื่อเรียกศรัทธา

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะ กมธ. และที่ปรึกษา ได้เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานในหัวข้อเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปฏิบัติภารกิจระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดสงขลา

ระหว่างการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อำเภอเมืองยะลา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยระบุว่าแม้ภาครัฐจะตั้งเป้าหมายให้สถานการณ์มีความสงบเรียบร้อยภายในปี 2570 แต่ในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงกลุ่มเปราะบางยังคงตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอยู่เสมอ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกนายจึงต้องมีความระมัดระวัง ไม่ประมาท และต้องไม่นำความไม่ปลอดภัยไปโยนความผิดให้แก่ประชาชน พร้อมกันนี้ได้หยิบยกคดีสะเทือนใจกรณียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ขึ้นมาเน้นย้ำเป็นกรณีพิเศษ

Thailand police station government building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งปัญหาความไว้วางใจระหว่างประชาชนในท้องถิ่นกับกระบวนการยุติธรรมมักเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายการสร้างสันติภาพ การที่ผู้นำทางการเมืองออกมาจี้ปมหลักฐานสำคัญอย่างปืนและตัวบุคคลจึงเป็นกลไกสำคัญในการกดดันให้การสืบสวนมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ในประเด็นเรื่องอาวุธปืน พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่าเป็นปมปริศนาที่มีปืนเกี่ยวข้องถึง 2 กระบอก จึงได้ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบประวัติการครอบครองจากบริษัทผู้ผลิตและกรมศุลกากร เพื่อสืบหาที่มาที่ไปว่าจำหน่ายให้กับหน่วยงานใด เนื่องจากพบข้อมูลว่าอาวุธปืนกระบอกที่ใช้ก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์นั้น เคยปรากฏร่องรอยอยู่บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มาก่อนหน้านี้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ขอให้ตำรวจส่งต่อข้อมูลและทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ทำลายหลักฐาน"

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พร้อมกันนี้ ทาง พ.ต.อ.ทวี ยังได้จี้ให้พนักงานสอบสวนใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการทำความจริงให้ปรากฏ เนื่องจากกระแสความรู้สึกของประชาชนและผลกระทบจากคดีนี้ ทำให้คนในพื้นที่บางส่วนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจเป็นการกระทำหรือสังหารโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ยังได้ฝากให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและขยายผลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลหรือตัวละครในฝ่ายสืบสวนที่มีข้อมูลว่าเคยประกบติดตามนายกมลศักดิ์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทุกนายที่กำลังปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนใต้

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้