Operation Blue Skies 2026: ทดลองเปลี่ยนเส้นทางบินลดคอนเทรลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
สหราชอาณาจักรทุ่มงบ 5 ล้านปอนด์เริ่มโครงการ Operation Blue Skies ฤดูหนาวนี้ ทดลองปรับเส้นทางและระดับความสูงเที่ยวบินเหนือแคว้นชานวิกเพื่อลดผลกระทบโลกร้อนจากคอนเทรล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โครงการ Operation Blue Skies มูลค่า 5 ล้านปอนด์ เริ่มทดลองช่วงฤดูหนาวปี 2026-2028 เหนือเขตน่านฟ้าชานวิก (Shanwick Oceanic Control Area)
- ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จาก Google ร่วมกับพยากรณ์อากาศเพื่อปรับระดับความสูงเที่ยวบินหลีกเลี่ยงการเกิดคอนเทรล
- การปรับระดับความสูงไม่เกิน 2,000 ฟุตอาจช่วยลดการเกิดคอนเทรลได้ถึง 60-70% โดยใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1% เท่านั้น
- ผลการทดลองจะได้รับการตรวจสอบและยืนยันอย่างเป็นอิสระโดยวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
อุตสาหกรรมการบินกำลังเตรียมเผชิญกับการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินครั้งใหญ่ในช่วงฤดูหนาวนี้ เหนือน่านฟ้ามหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อทดสอบมาตรการลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศจากร่องรอยการควบแน่นหรือคอนเทรล (contrails) ที่พ่นออกมาจากเครื่องยนต์ไอพ่น โดยโครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า Operation Blue Skies ซึ่งมุ่งเน้นการเก็บข้อมูลและทดสอบว่าการปรับเปลี่ยนวิถีการบินจะสามารถช่วยลดความร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ในชั้นบรรยากาศได้อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
สำหรับการทดลองนี้จะครอบคลุมพื้นที่น่านฟ้าชานวิก (Shanwick Oceanic Control Area) ซึ่งตั้งอยู่ทางซีกตะวันออกของเส้นทางบินเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศแห่งสหราชอาณาจักร หรือ NATS พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดสำคัญที่มีการก่อตัวของคอนเทรลหนาแน่น เนื่องจากความชื้นและอุณหภูมิที่หนาวจัดในระดับความสูงดังกล่าวเอื้อต่อการกลั่นตัวของไอน้ำและเขม่าควันจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งและแผ่ขยายเป็นเมฆเซอร์รัส
โครงการ Operation Blue Skies มีมูลค่ารวม 5 ล้านปอนด์ โดยได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกระทรวงคมนาคมแห่งสหราชอาณาจักร และได้รับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จาก Google รวมถึงหน่วยงานพยากรณ์อากาศ Met Office และ Contrails.org การทดลองจะแบ่งออกเป็นช่วงฤดูหนาวปี 2026-2027 และ 2027-2028 โดยมีวันทดลองจริงราว 20 ถึง 40 วันต่อช่วงเวลาดังกล่าว ในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศจะทำการปรับระดับความสูงของเที่ยวบินในช่วงเย็นและกลางคืนสูงสุดถึง 2,000 ฟุต เพื่อหลีกเลี่ยงโซนอากาศที่คาดว่าจะทำให้เกิดคอนเทรลคงตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สิ่งที่น่าสนใจคือ การจัดการคอนเทรลในครั้งนี้จะถูกปฏิบัติเสมือนเป็นข้อจำกัดทั่วไปในการควบคุมการจราจรทางอากาศ เช่นเดียวกับสภาพอากาศแปรปรวนหรือความปั่นป่วนในอากาศ (turbulence) โดยไม่มีข้อยกเว้นให้สายการบินสามารถปฏิเสธคำสั่งได้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งหมายความว่าลูกเรืออาจไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเปลี่ยนเส้นทางในบางครั้ง และคำขอปรับเปลี่ยนเส้นทางปกติของสายการบินอาจถูกปฏิเสธบ่อยขึ้นระหว่างช่วงทดลองนี้
การจัดการคอนเทรลถือเป็นหนึ่งในโจทย์ท้าทายที่สำคัญที่สุดของภาคการบิน เนื่องจากร่องรอยการควบแน่นเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศทั้งหมดจากอุตสาหกรรมการบิน การปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือความสูงเพียงเล็กน้อยจึงเป็นกลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ให้ผลตอบแทนสูงในการลดก๊าซเรือนกระจก แม้จะต้องแลกกับปริมาณการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นประมาณ 100 กิโลกรัมต่อเที่ยวบินก็ตาม
ผลลัพธ์จากการทดลองข้ามปีนี้จะถูกนำไปตรวจสอบและประเมินความถูกต้องอย่างเป็นอิสระโดยทีมนักวิจัยจาก Imperial College London และ University of Cambridge เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการกำหนดนโยบายการจัดการจราจรทางอากาศระดับสากลต่อไปในอนาคต
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น