อนุทินแจงแต่งตั้ง ฉันทานนท์ นั่งปลัดพลังงาน มุ่งเชื่อมเกษตร
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงเหตุผลการแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ รมว.กระทรวงเกษตรฯ นั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนพืชพลังงานและลดการนำเข้าน้ำมัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงการแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ นั่งปลัดกระทรวงพลังงาน
- มุ่งเน้นการเชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมเข้ากับอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพ
- ผลักดันพืชเศรษฐกิจ เช่น ปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นพืชพลังงาน
- เตรียมรองรับความต้องการ Bio Jet ตามมาตรฐานลดคาร์บอนระดับโลก
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลเบื้องหลังการแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน โดยระบุว่าโจทย์สำคัญของกระทรวงพลังงานในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ หรือกองทุนพลังงานเท่านั้น แต่ยังต้องทำงานบูรณาการร่วมกับภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การบิน สิ่งแวดล้อม และการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
การเลือกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจถึงระบบต้นทางของวัตถุดิบทางการเกษตรจึงถือเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาประเทศ รวมถึงนโยบายหลักของรัฐบาล โดย นายฉันทานนท์ มีพื้นฐานการทำงานมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบการผลิตพืชเศรษฐกิจ ห่วงโซ่สินค้าเกษตร และกลไกตลาดที่เกี่ยวข้อง
"โจทย์ของกระทรวงพลังงานวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ หรือกองทุนพลังงานเท่านั้น แต่ต้องทำงานเชื่อมเกษตร อุตสาหกรรม การบิน สิ่งแวดล้อม และรายได้ของประชาชน การได้ผู้บริหารระดับปลัดที่เข้าใจต้นทางวัตถุดิบเกษตร จึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับทิศทางประเทศและนโยบายของรัฐบาล"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล
พื้นฐานความเข้าใจดังกล่าวจะช่วยให้สามารถผลักดันพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม อ้อย หรือมันสำปะหลัง ให้ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นพืชพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานชีวภาพภายในประเทศที่นับวันยิ่งมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงข้ามกระทรวงในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการแก้ปัญหาโครงสร้างพลังงานแบบองค์รวม โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศผ่านการส่งเสริมพลังงานทางเลือก ซึ่งในมุมมองเชิงนโยบาย การดึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานการเกษตรมาคุมบังเหียนกระทรวงพลังงาน จะช่วยลดช่องว่างในการประสานงานระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพลังงาน ซึ่งมักเป็นอุปสรรคสำคัญในการผลักดันโครงการพืชพลังงานในอดีต
นายอนุทิน ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมด้วยว่า หากประเทศไทยสามารถเพิ่มอัตราการใช้พลังงานชีวภาพหรือ Bio Energy ได้มากขึ้น จะส่งผลดีในหลายด้านพร้อมๆ กัน ทั้งการช่วยลดปริมาณการนำเข้าน้ำมัน ลดภาระรายจ่าย ตลอดจนลดการขาดดุลด้านพลังงานของประเทศ ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสร้างความต้องการซื้อวัตถุดิบภายในประเทศ ทำให้เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างย้อนหลังและมั่นคง มีโอกาสช่วยยกระดับราคาผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันที่ผ่านมา ไบโอดีเซลได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการใช้พลังงานชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ และในระยะต่อไป อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะมีแนวโน้มความต้องการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ หรือ Bio Jet เพิ่มสูงขึ้นตามข้อกำหนดของมาตรฐานการลดการปล่อยคาร์บอนระดับโลก ซึ่งจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบชีวภาพในปริมาณมหาศาล
นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายว่า การตัดสินใจแต่งตั้งในครั้งนี้พิจารณาจากความสามารถและความเหมาะสมของงานเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เนื่องจากกระทรวงพลังงานยุคใหม่ต้องการผู้บริหารที่เข้าใจทั้งภารกิจปกติและโจทย์ใหม่ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับภาคเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก
"ทั้งปัจจุบัน และอนาคต พลังงานไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะโรงกลั่นหรือโรงไฟฟ้า แต่เริ่มจากไร่นา สวนปาล์ม ไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลัง หากออกแบบนโยบายถูกทาง จะลดนำเข้าน้ำมัน สร้างรายได้ให้เกษตรกร และเพิ่มความมั่นคงพลังงานให้ประเทศ"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น