ภคมน ยัน ปชน.ไม่สนับสนุนฟ้อง ม.112 จี้ กกต.ส่งคดีโกง ส.ว.ศาลฎีกา
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน ปฏิเสธข่าวพรรคหนุนฟ้อง ม.112 จากปมคลิปเสียงโกง ส.ว. พร้อมจี้ กกต. เร่งส่งคดีต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคประชาชนยืนยันไม่สนับสนุนให้ประชาชนฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 112
- ชี้ปัญหา กม.อาญา ม.112 เปิดช่องให้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง
- วิจารณ์กลุ่มการเมืองที่มักใช้กฎหมายนี้ทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามแต่กลับนิ่งเฉยในฝั่งตัวเอง
- จี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งส่งสำนวนคดีทุจริตเลือก ส.ว. ไปยังศาลโดยด่วน
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ออกมาแถลงการณ์ปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่าทางพรรคกำลังเปิดทางหรือยุยงส่งเสริมให้ประชาชนออกไปยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคลิปเสียงในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพรรคไม่มีนโยบายสนับสนุนการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด
โฆษกพรรคประชาชนได้อธิบายเพิ่มเติมถึงมุมมองของพรรคต่อกฎหมายฉบับนี้ว่า ทางพรรคมีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงปัญหาในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ในปัจจุบัน ซึ่งเปิดช่องให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชื่อร้องทุกข์กล่าวโทษผู้อื่นได้อย่างกว้างขวาง สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ตัวบทกฎหมายมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกนำไปบิดเบือนใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งยังมีข้อบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักสากลอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
น.ส.ภคมนยังได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการสื่อสารจากแกนนำพรรคก่อนหน้านี้ว่า เป็นการตั้งคำถามต่อมาตรฐานการทำงานของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่มักจะหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นมาเป็นอาวุธในการทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง แต่กลับแสดงท่าทีนิ่งเฉยเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับกลุ่มก๊วนอำนาจฝ่ายเดียวกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของระบบนิติสงครามในสังคมไทย มิได้มีเป้าหมายเพื่อชักจูงให้ประชาชนใช้กฎหมายนี้ไปทำร้ายกันแต่อย่างใด
“ท่านควรเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในขบวนการโกง ส.ว.ทั้งหมดไปยังศาลและใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อฟื้นคืนความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา”
การออกมาแถลงข่าวของพรรคประชาชนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เปราะบาง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 112 ซึ่งมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางอุดมการณ์อยู่บ่อยครั้ง ในขณะเดียวกัน การพุ่งเป้ากดดันไปที่องค์กรอิสระอย่าง กกต. ก็เป็นยุทธศาสตร์ในการผลักดันให้คดีทุจริตโครงสร้างอำนาจเข้าสู่กระบวนการตุลาการอย่างเป็นทางการ เพื่อรักษาแรงกระเพื่อมทางการเมืองในประเด็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเอาไว้
ในประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการแอบอ้างชื่อเสียงหรือตำแหน่งที่ปรากฏในคลิปเสียงฉบับดังกล่าว โฆษกพรรคประชาชนระบุว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องในขบวนการทุจริตเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งมีความสอดคล้องต้องกันกับคำบอกเล่าของพยานบุคคลหลายรายที่ได้ทยอยออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเครือข่ายและความเชื่อมโยงต่างๆ ต่อสาธารณะชนอย่างต่อเนื่อง
จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีการรวบรวมและปรากฏอยู่ต่อหน้าสาธารณชน รวมถึงหลักฐานสำคัญที่อยู่ในความครอบครองของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในขณะนี้ น.ส.ภคมนมองว่าทางหน่วยงานผู้รับผิดชอบควรยุติการประวิงเวลา และต้องเร่งปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ในการสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดในขบวนการทุจริตเลือก ส.ว. เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลโดยเร็ว เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่พิสูจน์ความจริง และช่วยกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาสู่องค์กรอิสระ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น