วิธีเก็บขนมไหว้พระจันทร์ให้สดอร่อย ไม่แห้งแข็งและไม่ขึ้นรา
แนะเทคนิคเก็บขนมไหว้พระจันทร์ตามประเภททั้งแบบอบ บัวหิมะ และคัสตาร์ด พร้อมวิธีอุ่นร้อนให้กลับมานุ่มอร่อยเหมือนใหม่ อ้างอิงจากกรมอนามัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ขนมไหว้พระจันทร์แต่ละสูตรมีความชื้นและวัตถุดิบต่างกัน จึงต้องใช้วิธีเก็บรักษาที่เหมาะสม
- สูตรอบโบราณเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ 2-3 สัปดาห์ ส่วนสูตรบัวหิมะต้องแช่เย็นตลอดเวลา
- การห่อพลาสติกถนอมอาหารให้แนบสนิทช่วยป้องกันขนมสัมผัสอากาศและความชื้นในตู้เย็น
- เทคนิคอุ่นด้วยไมโครเวฟพร้อมแก้วน้ำช่วยให้แป้งนุ่มชุ่มชื้นไม่แห้งแข็ง
ขนมไหว้พระจันทร์ถือเป็นเมนูยอดนิยมในช่วงเทศกาล แต่ด้วยส่วนผสมและความชื้นที่แตกต่างกันในแต่ละประเภท ทำให้การเก็บรักษาต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการเกิดราและคงรสชาติความอร่อย โดยขนมประเภทอบส่วนใหญ่จะผ่านความร้อนจนสุกและมีน้ำมันจากไส้ซึมออกมาช่วยให้แป้งนุ่ม หรือที่เรียกว่าการคืนน้ำมัน
สำหรับขนมไหว้พระจันทร์สูตรอบโบราณ หากยังไม่แกะบรรจุภัณฑ์สามารถวางไว้ที่อุณหภูมิห้องในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนได้นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ตามวันหมดอายุบนซอง แต่ถ้าหากตัดกินแล้วเหลือ ให้ใช้พลาสติกถนอมอาหารห่อแนบสนิททีละชิ้นเพื่อป้องกันอากาศ แล้วใส่กล่องถนอมอาหารปิดฝามิดชิดก่อนนำเข้าช่องแช่เย็นธรรมดา ซึ่งจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้อีก 1-2 สัปดาห์
ในส่วนของขนมไหว้พระจันทร์แป้งนุ่มเหนียวที่ไม่ผ่านการอบอย่างสูตรบัวหิมะ ขนมชนิดนี้มีความไวต่ออุณหภูมิสูงมาก หากวางทิ้งไว้ภายนอกแป้งจะเหลวและเสียได้ง่าย จึงต้องแช่เย็นตลอดเวลาโดยใส่กล่องปิดฝาสนิทในช่องแช่เย็นธรรมดาได้ประมาณ 3-5 วัน หรือหากต้องการเก็บนานขึ้นสามารถเก็บในช่องแข็งได้นานถึง 1 เดือน โดยก่อนรับประทานให้นำออกมาคลายเย็นในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อนสักครู่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ขณะที่สูตรคัสตาร์ดและลาวาซึ่งมีส่วนผสมของนม เนย และไข่สูง จะเสียง่ายกว่าไส้ถั่วหรือไส้ผลไม้เชื่อม แนะนำให้เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาทันทีหลังซื้อหรือหลังตัดทาน ซึ่งจะเก็บได้ประมาณ 3-7 วัน และเวลานำมารับประทานให้อุ่นร้อนเล็กน้อยเพื่อให้ไส้กลับมาฉ่ำเยิ้มเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีตารางเปรียบเทียบระยะเวลาการเก็บรักษาตามประเภท ดังนี้
- สูตรอบโบราณ: อุณหภูมิห้อง 7-14 วัน, ช่องแช่เย็น 2-3 สัปดาห์, ช่องฟรีซ 1-2 เดือน
- สูตรบัวหิมะ: อุณหภูมิห้องห้ามวางทิ้งไว้, ช่องแช่เย็น 3-5 วัน, ช่องฟรีซ 1 เดือน
- สูตรคัสตาร์ด/ลาวา: อุณหภูมิห้อง 1-2 วัน, ช่องแช่เย็น 5-7 วัน, ช่องฟรีซ 1 เดือน
การทำความเข้าใจเรื่องค่าความชื้นและองค์ประกอบไขมันในขนมแต่ละชนิดถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะไขมันจากเนยหรือไข่แดงเค็มในขนมไหว้พระจันทร์สามารถเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้หากสัมผัสอากาศนานเกินไป การห่อหุ้มด้วยพลาสติกสุญญากาศจึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการสูญเสียความชื้นและกลิ่นหืนจากสภาพแวดล้อมในตู้เย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนมักนำขนมออกจากตู้เย็นแล้วรับประทานทันทีจนรู้สึกว่าแป้งแข็งและแห้ง สามารถแก้ได้ด้วยการนำขนมวางบนจานที่เข้าไมโครเวฟได้ พร้อมวางแก้วน้ำที่มีน้ำเปล่าไว้ข้างๆ ใช้ความร้อนต่ำถึงกลางประมาณ 400-600 วัตต์ เวฟเพียง 10-15 วินาที ไอระเหยจากน้ำจะช่วยคืนความนุ่มชุ่มชื้น ส่วนสูตรไส้ลาวาให้ใช้อุ่นความร้อนต่ำประมาณ 10 วินาทีเพื่อให้ไส้ละลายเยิ้มกำลังดี
"หัวใจสำคัญคือการป้องกันไม่ให้ขนมสัมผัสกับอากาศและความชื้นในตู้เย็นโดยตรง เพียงแค่ห่อพลาสติกถนอมอาหารให้แน่นหนา ใส่กล่องสุญญากาศ แล้วเลือกแช่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม"
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
อีกหนึ่งเทคนิคหากต้องการให้แป้งด้านนอกกรอบนิดๆ แต่ไส้นุ่มใน ให้ใช้อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-3 นาที โดยแนะนำให้พรมน้ำ 1-2 หยดที่เปลือกแป้งบางๆ ก่อนนำเข้าอบ เพื่อให้ได้ขนมไหว้พระจันทร์ที่รสชาติอร่อยเหมือนเพิ่งซื้อใหม่
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น