อนุทิน ปลื้มเยือนออสเตรเลีย จับคู่ธุรกิจสำเร็จ-นายกฯออสซี่เข้าใจ
นายกรัฐมนตรีเผยความสำเร็จเยือนออสเตรเลีย ชูผลงานจับคู่ธุรกิจบรรลุเป้า พร้อมแจงกรณียาเสพติดยืนยันไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การเยือนออสเตรเลียประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านการจับคู่ธุรกิจและการร่วมลงทุน
- ทุนไทยขยายฐานอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียพุ่งสูงถึง 230,000 ล้านบาท
- นายกฯ ยืนยันไม่ช่วยเหลือผู้กระทำผิดคดียาเสพติดและไม่ก้าวก่ายกฎหมายออสเตรเลีย
การเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียครั้งล่าสุดได้สร้างความประทับใจและความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนกระบวนการจับคู่ธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาต่อยอดจนนำไปสู่การร่วมลงทุนในรูปแบบกิจการร่วมค้าขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างบรรยากาศทางการค้าแบบวิน-วิน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองฝ่ายอย่างมหาศาล
ผู้นำรัฐบาลระบุว่า ในวงหารือมีหลายบริษัทที่ตัดสินใจขยายกิจการและเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ การเยือนครั้งนี้จึงสร้างความพอใจสองเด้ง เพราะไม่เพียงแต่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูให้นักลงทุนไทยสามารถออกไปเติบโตในประเทศออสเตรเลียได้อีกด้วย
ปัจจุบันกลุ่มทุนไทยรายใหญ่ได้เข้าไปควบรวมและร่วมลงทุนในหลายสาขา ทั้งพลังงาน เคมีภัณฑ์ และโรงแรม โดยเฉพาะบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือทีซีซี กรุ๊ป ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียรวมมูลค่าสูงถึง 230,000 ล้านบาท ส่งผลให้ออสเตรเลียมองประเทศไทยเปลี่ยนไปว่าไม่ใช่ประเทศเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นชาติที่มีทุนระดับใหญ่สามารถลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้ นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงประเด็นระยะเวลาวีซ่าการทำงานของแรงงานไทยที่สั้นเกินไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้มอบหมายให้รัฐมนตรีแรงงานของทั้งสองประเทศรับไปหารือร่วมกันแล้ว
"แรงงานไทยในสายตาต่างชาติที่เคยกังวลว่ามาแล้วจะไม่ยอมกลับประเทศไทย คนไทยวันนี้ เราไม่ได้มาเพื่อขายแรงงานถูกๆ อีกต่อไป แต่เรามาพร้อมทักษะ ความถนัด ความรู้ และเทคโนโลยี"
นายกรัฐมนตรี
ตัวอย่างความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ชาวไทยที่เข้าไปทำงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแคนวา สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ศักยภาพและสมองขับเคลื่อนองค์กรชั้นนำได้อย่างโดดเด่น ขณะเดียวกัน ในประเด็นที่คนไทยถูกจับกุมข้อหาลักลอบขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย ผู้นำรัฐบาลยืนยันว่าพฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และรัฐบาลได้ประกาศเป็นศัตรูกับขบวนการค้ายาเสพติดทุกรูปแบบ พร้อมหยิบยกเรื่องนี้หารือตรงกับนายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเยือนต่างประเทศระดับผู้นำในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ โดยการที่ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในต่างประเทศด้วยมูลค่าสูงช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศจากผู้รับความช่วยเหลือหรือแรงงานทักษะต่ำ สู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง ขณะที่จุดยืนเรื่องกฎหมายยาเสพติดแสดงถึงความโปร่งใสและความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
นายกรัฐมนตรีได้แจ้งอย่างชัดเจนต่อผู้นำออสเตรเลียว่าขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยจะไม่เข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเข้าใจดีว่าเป็นความผิดส่วนบุคคลและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศไทย โดยออสเตรเลียยังมองไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในการร่วมปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์และแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งฝ่ายไทยได้โชว์ผลงานกวาดล้างและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายเหล่านี้ไปแล้วกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น