กมธ.ตำรวจ จ่อสอบ DSI ปม สส.พรรคประชาชน เอี่ยวนอมินี
กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียกอธิบดี DSI แจงปม สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เอี่ยวถือหุ้นกว่า 30 บริษัทนอมินีซุกอสังหาฯ 100 ล้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.ตำรวจจ่อเรียก DSI สอบปม สส.ภูเก็ตพรรคประชาชนเอี่ยวนอมินี
- พบชื่อถือหุ้น-กรรมการบริษัทกว่า 30 แห่งไร้ธุรกิจจริงถือครองอสังหาฯ 100 ล้าน
- จี้พรรคประชาชนเร่งตรวจสอบความจริงและแสดงความรับผิดชอบ
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ออกมาเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมเชิญ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ หรือ ทนายเก่ง สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าให้ปากคำ หลังปรากฏข้อมูลความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินในนิติบุคคลกลุ่มหนึ่ง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีชื่อเข้าไปถือหุ้นและนั่งแท่นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทมากกว่า 30 แห่ง ซึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่มีการดำเนินกิจการจริง แต่มีเป้าหมายหลักในการถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ โดยมีมูลค่ารวมกันกว่า 100 ล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจจึงเตรียมประสานงานเชิญอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามกระแสข่าวหรือไม่ พร้อมทั้งพิจารณาว่าจะรับเรื่องนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ รวมถึงมีการกระทำความผิดเข้าข่ายนอมินีถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติหรือไม่
ประเด็นเรื่องนอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติถือเป็นวาระร้อนแรงทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เนื่องจากกฎหมายไทยกำหนดข้อจำกัดชัดเจนในการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ การใช้คนไทยเป็นน่อลหรือตัวแทนอำพรางเพื่อถือหุ้นแทนจึงเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่ภาครัฐต้องเร่งกวาดล้างอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
นายวัชรพงศ์ ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า กรณีดังกล่าวมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการปราบปรามขบวนการนอมินีอย่างจริงจัง เนื่องจากถือเป็นภัยต่อความมั่นคง อธิปไตย รวมถึงเป็นภัยต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
"ควรออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และไม่ควรนิ่งเฉย หวังปกปิดความผิด เนื่องจากหากมีพฤติกรรมเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติจริง จะถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีและยังไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองอีกด้วย"
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ
พร้อมกันนี้ ประธาน กมธ.ตำรวจ ได้เรียกร้องให้พรรคประชาชนแสดงจุดยืนในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังเช่นเดียวกับการตรวจสอบฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยไม่ควรนิ่งเฉย ปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยต้องเผชิญชะตากรรมนอกพรรคหรือถูกปฏิบัติเหมือนถูกตัดหางปล่อยวัด เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับสังคม
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น