Disney เผยตัวชี้วัดใหม่ 'global guests' หนุนธุรกิจล่องเรือ
Disney เปิดตัวตัวชี้วัด global guests ผสมผสานผู้เข้าสวนสนุกและวันล่องเรือ เพิ่มขึ้น 4% ใน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 รับแผนขยายกองเรือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Disney เผยตัวชี้วัด global guests ผสมผสานผู้เข้าสวนสนุกและวันล่องเรือเพิ่มขึ้น 4%
- ทุ่มงบ 20% จากแผนลงทุน 60,000 ล้านดอลลาร์ ขยายกองเรือ cruise สู่ 13 ลำภายในปี 2030
- Magical Cruise Company บริษัทลูกในลักเซมเบิร์กทำรายได้ทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20%
- Disney ครองส่วนแบ่งตลาดล่องเรือราว 3% แต่เน้นกลยุทธ์ราคาระดับพรีเมียมเพื่อสร้างความภักดี
บริษัท Walt Disney กำลังให้ความสำคัญกับธุรกิจเรือสำราญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยได้นำเสนอตัวชี้วัดใหม่ในรายงานประจำไตรมาสเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งช่วยให้ผู้สังเกตการณ์เห็นภาพความก้าวหน้าของภาคส่วนนี้ที่ชัดเจนขึ้น แม้ว่าตัวเลขการเงินโดยรวมของเรือสำราญจะไม่ได้ถูกแยกแสดงออกมาอย่างโดดเด่นในภาพใหญ่ก็ตามที
ตัวชี้วัดดังกล่าวเรียกว่า "global guests" ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างจำนวนผู้เข้าสวนสนุกและจำนวนวันล่องเรือของผู้โดยสาร โดยซีอีโอ Josh D’Amaro ได้ระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในเดือนสิงหาคมว่า ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 4% ในช่วงเก้าเดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สะท้อนทิศทางธุรกิจ Experiences ของบริษัทที่กระจายตัวไปทั่วโลกมากขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปรับตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแผนการลงทุนระยะยาว 10 ปี มูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ในกลุ่มธุรกิจ Experiences โดยมีสัดส่วนประมาณ 20% ที่ถูกจัดสรรไว้เพื่อผลักดันให้ Disney สามารถขยายกองเรือสำราญเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว สู่จำนวน 13 ลำภายในสิ้นปี 2030 ซึ่งรวมถึงเรือลำถัดไปที่จะใช้ชื่อว่า Disney Believe ด้วย
ในรายงานของบริษัทย่อยในสหราชอาณาจักรอย่าง Magical Cruise Company เผยให้เห็นตัวเลขรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโตขึ้น 20% แม้ว่าผลกำไรจะลดลงเกือบ 13% เนื่องจากต้นทุนการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการเรือลำใหม่ๆ ที่กำลังจะตามมา
"เรามองว่าตัวชี้วัดนี้ช่วยให้เรามองเห็นธุรกิจ Experiences ที่มีความเป็นสากลและมีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงสอดคล้องกับแผนการลงทุนทั่วโลกของเรา"
Josh D’Amaro, ซีอีโอ Disney
การที่ Disney หันมาโฟกัสกับธุรกิจเรือสำราญและสร้างตัวชี้วัดใหม่อย่าง global guests ขึ้นมา สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทต้องการเชื่อมโยงฐานลูกค้าในสวนสนุกเข้ากับบริการทางทะเล เพื่อเพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า (Customer Lifetime Value) แม้ปัจจุบันจะมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 3% เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่รายอื่น แต่การตั้งราคาแบบพรีเมียมที่สูงกว่าสายการเดินเรือทั่วไปราวเท่าตัวก็พิสูจน์แล้วว่าแฟนคลับพร้อมจ่ายแลกกับประสบการณ์เฉพาะตัว
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น