เงินเฟ้อพุ่งแต่ไร้วิกฤตซ้ำรอย: ธนาคารกลางอังกฤษประเมินสถานการณ์
บิลค่าพลังงานพุ่งจากสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อแตะ 3.5% ปลุกความกดดันนายกฯ Andy Burnham ก่อนงบประมาณ แต่แบงก์ชาติคาดเงินเฟ้อสู่เป้าหมาย 2% ได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ค่าพลังงานพุ่งจากสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อสูงขึ้นในเดือนก่อนหน้า
- นักเศรษฐศาสตร์คาดเงินเฟ้ออาจขยับขึ้นแตะระดับ 3.5% ช่วงปลายปีนี้
- ราคาอาหารเติบโตช้าต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีช่วยลดผลกระทบลง
- ธนาคารกลางอังกฤษยังเชื่อมั่นเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้
การสู้รบในอิหร่านส่งผลให้บิลค่าพลังงานของครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อจะกลับมาสร้างปัญหาใหญ่อีกครั้งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นยังมีความรุนแรงน้อยกว่าที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรก เนื่องจากราคาพลังงานไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงเท่ากับช่วงวิกฤตที่ผ่านมา
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อด้านราคาอาหารยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.3% ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี ประกอบกับค่าจ้างและสวัสดิการที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานอาจส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับตัวสูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ดาชินี เดวิด (Dharshini David) รองบรรณาธิการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของบีบีซี รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจขยับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับประมาณ 3.5% ภายในช่วงปลายปีนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกดดันเพิ่มเติมให้กับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จอห์น ฮีลีย์ (John Healey) ในการหามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมก่อนการประกาศงบประมาณประจำปี
การที่ราคาอาหารยังคงเติบโตในอัตราต่ำสวนทางกับราคาพลังงาน ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนไม่ให้ทรุดตัวลงเร็วเกินไป อย่างไรก็ดี นโยบายการช่วยเหลือจากภาครัฐมักมาพร้อมกับภาระทางการภาษีหรือการตัดลดงบประมาณส่วนอื่น ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของแอนดี เบิร์นแฮมต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้วินัยการคลังสั่นคลอนท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ในส่วนของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ข้อมูลปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไป โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ได้ในระยะกลาง เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานและอัตราการเติบโตของค่าจ้างที่อยู่ในระดับปานกลางบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจยังไม่มีช่องว่างมากนักในการขึ้นราคาสินค้าตามอำเภอใจ
ถึงกระนั้น ความเสี่ยงรอบด้านยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดพลังงานโลกอีกระลอก ซึ่งหากสถานการณ์ลุกลาม อาจผลักดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้และสร้างความปวดหัวให้กับทั้งรัฐบาลและภาคครัวเรือนในระยะยาว
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น