วัคซีนมะเร็งส่วนบุคคลจาก Moderna และ Merck หยุดยั้งโรคกลับมาเป็นซ้ำ
การทดลองเฟส 3 เผยวัคซีน mRNA เฉพาะบุคคลตัวใหม่ร่วมกับยา Keytruda ช่วยหยุดยั้งมะเร็งผิวหนังชนิด melanoma ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำในผู้ป่วยกว่า 1,000 ราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วัคซีนมะเร็งส่วนบุคคลพัฒนาโดย Merck และ Moderna
- ใช้ร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด Keytruda ในผู้ป่วย melanoma
- การทดลองเฟส 3 ครอบคลุมผู้ป่วยมากกว่า 1,000 ราย
- เทคโนโลยี mRNA ถูกนำมาใช้เจาะจงกลายพันธุ์ในเนื้องอก
วงการแพทย์ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญหลังบริษัทเภสัชยักษ์ใหญ่อย่าง Merck และ Moderna ประกาศผลการทดลองวัคซีนต้านมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (melanoma) แบบเฉพาะบุคคล ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้โรคกลับมาลุกลามซ้ำในผู้ป่วยหลังเข้ารับการผ่าตัดได้ โดยวัคซีนดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายโดยเฉพาะ
วัคซีนที่มีชื่อว่า Intismeran นี้ถูกนำมาใช้ร่วมกับยา Keytruda ซึ่งเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งอยู่ก่อนแล้ว ผลลัพธ์จากการใช้ยาร่วมกันแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยมีระยะเวลาปลอดมะเร็งที่ยาวนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงลดความเสี่ยงที่โรคจะลามไปสู่อวัยวะส่วนอื่น เมื่อเทียบกับการใช้ยา Keytruda เพียงอย่างเดียว
การทดลองในเฟสที่สามนี้มีผู้ป่วยเข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน ซึ่งทั้งหมดเผชิญกับมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาในระยะความเสี่ยงสูงตั้งแต่ระยะที่ 2, 3 ไปจนถึงระยะที่ 4 ครอบคลุมตั้งแต่วิถีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ในเฉพาะจุดไปจนถึงมะเร็งที่กระจายตัวไปยังส่วนอื่นของร่างกายแล้ว กระบวนการผลิตวัคซีนนี้นักวิทยาศาสตร์ได้นำเทคโนโลยี mRNA ซึ่งเคยถูกใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด-19 มาประยุกต์ใช้ โดยทำการผ่าตัดนำชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆ ของผู้ป่วยออกมาถอดรหัสพันธุกรรม (DNA) เพื่อออกแบบวัคซีนที่จำเพาะเจาะจงกับรหัสพันธุกรรมกลายพันธุ์ในเนื้องอกของคนไข้รายนั้นๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"นี่คือช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งในวงการวิจัยโรคมะเร็ง"
นอกเหนือจากมะเร็งผิวหนังแล้ว ปัจจุบันบริษัททั้งสองแห่งยังอยู่ระหว่างการทดลองวัคซีนเฉพาะบุคคลลักษณะเดียวกันนี้กับโรคมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต เพื่อขยายขอบเขตการรักษาในอนาคต
เทคโนโลยี mRNA หรือ Messenger RNA ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวคำสั่งระดับเซลล์ โดยในการรักษามะเร็ง วัคซีนจะทำหน้าที่สอนให้ระบบภูมิคุ้มกันรู้จักหน้าตาของโปรตีนกลายพันธุ์เฉพาะตัวบนผิวเซลล์มะเร็งของคนไข้แต่ละคน เพื่อให้เม็ดเลือดขาวเข้าจู่โจมเฉพาะเซลล์ผิดปกติเหล่านั้นโดยไม่ทำลายเซลล์ดี ซึ่งแตกต่างจากการฉายแสงหรือคีโมแบบดั้งเดิมที่ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งยังคงเน้นย้ำให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากผลลัพธ์ดังกล่าวยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และข้อมูลการทดลองฉบับเต็มยังไม่ได้รับการเผยแพร่หรือผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิอิสระ (Peer-review) นอกจากนี้ แม้กระบวนการทดลองจะเสร็จสิ้นลงแล้ว ตัวยาดังกล่าวก็ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและกระบวนการประเมินความคุ้มค่าก่อนที่จะสามารถนำมาให้บริการผ่านระบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร (NHS) ได้จริง
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น