มท.4 ยันเร่งถอดถอนกว่า 5,000 รายชื่อสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 31 ส.ค. 69
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เผยเร่งส่งข้อมูลทุจริตสอบท้องถิ่น 68 ให้จังหวัดจัดการถอดถอนผู้ไม่สุจริตกว่า 5,000 คน พร้อมท้าโรมยื่น ป.ป.ช.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มท.4 ยืนยันกระบวนการถอดถอนรายชื่อผู้สอบผ่านทุจริตไม่ล่าช้า
- กำหนดเส้นตายให้ท้องถิ่นทั่วประเทศถอดถอน 5,925 รายชื่อภายใน 31 ส.ค. 69
- แจงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง e-Bidding โปร่งใส ไม่มีปิดกั้นมหาวิทยาลัย
- ท้า รังสิมันต์ โรม นำหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบปมเซฟเฮ้าส์
วันที่ 20 สิงหาคม ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุม ได้เชิญ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมหารือถึงวาระการเสียสิทธิ์ของข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นกลุ่มผู้ไม่อยู่ในข่ายทุจริต ในการสอบแข่งขันท้องถิ่น ปี 2568 โดยมุ่งให้โอกาสผู้ที่ได้สิทธิ์เลื่อนบัญชีขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งว่าง
ด้าน นายวรศิษฎ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าว่า ทางกระทรวงกำลังทยอยส่งข้อมูลรายชื่อผู้มีคะแนนผิดปกติให้คณะกรรมการจังหวัดทั่วประเทศนำไปประชุมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการถอดถอนผู้ที่ทุจริตออกจากการบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดตำแหน่งว่างสำหรับเรียกบัญชีสำรองขึ้นมาแทนที่
เมื่อซักถามถึงผลกระทบต่อสิทธิ์ย้อนหลัง เช่น เงินเดือน นายวรศิษฎ์ ระบุว่า บุคคลที่ถูกถอดถอนจะเสียสิทธิ์ทั้งหมดเพราะถือเป็นสิทธิ์ที่ไม่ควรได้รับตั้งแต่แรก ส่วนผู้ที่ได้รับการเลื่อนบัญชีขึ้นมาแทนจะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยตัวเลขผู้ที่ต้องถูกถอดถอนทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 5,000 กว่าคน และมีการขยับตัวเลขอยู่ตลอดเวลา
สำหรับความกังวลว่ากระบวนการถอดถอนจะยืดเยื้อหรือไม่ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่าจะไม่ล่าช้า โดยเข้าใจความกังวลของนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แต่เมื่อมีข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ก็ต้องดำเนินการปฏิเสธไม่ได้ ล่าสุดหลายพื้นที่ได้รับข้อมูลจากส่วนกลางและเริ่มดำเนินการแล้ว เช่น อบจ.ลำพูน ออกมาโพสต์ชี้แจง และ อบจ.กระบี่ ที่ได้ถอดถอนไปแล้ว 112 คน พร้อมกำหนดเส้นตายให้การถอดถอนรายชื่อทั้งหมด 5,925 คนแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในประเด็นที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรศิษฎ์ เผยว่า ทางกระทรวงได้ดำเนินการทั้งทางบริหารและทางอาญาควบคู่กันไปแล้ว โดยรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. และตำรวจ เพื่อใช้ประกอบสำนวนดำเนินคดีทางอาญา พร้อมระบุว่าหากฝ่ายบริหารไม่ดำเนินการแก้ไข แล้วกระบวนการจะแล้วเสร็จเมื่อใด
การตรวจสอบการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นถือเป็นหนึ่งในประเด็นธรรมาภิบาลภาครัฐที่ได้รับความสนใจสูง เนื่องจากกระทบโดยตรงต่อความโปร่งใสของระบบราชการไทย การที่กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งประสานงานกับส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อสะสางบัญชีรายชื่อท่ามกลางข้อท้วงติงจากหลายฝ่าย สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการปัญหาระบบอุปถัมภ์และการทุจริตสอบในอดีต ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลจากทั้งฝ่ายบริหารและองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม
ส่วนกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าต้นตอการทุจริตเกิดจากการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาออกจากการเป็นผู้จัดสอบในอดีต และข้อกังวลเรื่องการพาดพิงผู้มีอำนาจระดับสูงในเซฟเฮ้าส์ นายวรศิษฎ์ ตอบโต้ว่าหากมีข้อมูลหลักฐานก็ขอให้ส่งตรงไปยัง ป.ป.ช. ได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งผ่านตน เนื่องจากเข้าใจว่าอาจมีความไม่ไว้วางใจเพราะตนเป็นฝ่ายการเมือง พร้อมย้ำความบริสุทธิ์ใจว่าหากมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองจริง ขบวนการเปิดโปงทุจริตครั้งนี้คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ถ้ามีข้อมูลก็ควรส่งให้ป.ป.ช. ไม่ต้องส่งมาให้ตน เพราะท่านอาจจะไม่ไว้ใจตน เพราะเป็นฝ่ายการเมือง ดังนั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจขอให้ส่งไปที่ป.ป.ช."
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น