วรศิษฎ์ เร่งขยายผลสวมสิทธิ์บัตรชมพู ชี้ค่าหัวพุ่งหลักแสน
รมช.มหาดไทย เผยเคสสวมสิทธิ์บัตรชมพูแรงงานต่างด้าวเขตดินแดงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เตรียมขยายผลทั่วประเทศ แฉค่าหัวพุ่งหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วรศิษฎ์เผยเคสดินแดงสวมสิทธิ์บัตรชมพูกว่า 100 รายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
- เตรียมขยายผลตรวจสอบการสวมสิทธิ์ทั่วประเทศตามเป้าหมายที่เล็งไว้
- มุ่งกวาดล้าง 3 กลุ่มเครือข่าย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ นายหน้า และเจ้าบ้าน
- แฉค่านายหน้าพุ่งสูงตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาท
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เขตดินแดง ซึ่งมีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าตัวเลขการกระทำความผิดที่มีอยู่จริงนั้นมีจำนวนมากกว่าที่ตรวจพบ โดยกรณีการพบผู้กระทำผิดกว่า 100 รายในเขตดินแดงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และทางการเตรียมขยายผลการตรวจสอบจากพื้นที่เดิมรวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ
เมื่อถูกถามถึงจำนวนรวมของกรณีลักษณะดังกล่าวที่มีอยู่ทั่วประเทศ นายวรศิษฎ์ยอมรับว่าตนไม่กล้าประเมินตัวเลขที่แน่ชัดเนื่องจากมีปริมาณค่อนข้างมาก และยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลให้เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตามหมายจับที่ได้ออกไปแล้ว 7 หมายจับ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่บุคคล 3 กลุ่มหลักประกอบด้วย
- กลุ่มที่ 1 เจ้าหน้าที่รัฐ
- กลุ่มที่ 2 นายหน้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวการสำคัญ
- กลุ่มที่ 3 เจ้าบ้านที่ให้ที่พักอาศัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายวรศิษฎ์ยังได้กล่าวถึงพฤติกรรมของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาพัวพันในขบวนการนี้ว่า บางครั้งกลุ่มแรงงานเหล่านี้ไม่ได้รู้เรื่องราวในเชิงลึก แต่ถูกนายหน้าชี้นำและเรียกเก็บเงินเพื่อดำเนินการให้ ทำให้กระบวนการมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องมีการสอบสวนข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ
เมื่อสอบถามถึงอัตราค่าบริการของนายหน้า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า มีการเรียกเก็บเงินตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของกรณี นอกจากนี้ยังมีการขยายผลไปถึงกระทรวงแรงงาน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันโดยตรง เพราะกลุ่มคนที่ถูกนำมาแอบอ้างขึ้นทะเบียนมักเป็นลูกหลานของกลุ่มแรงงานที่เข้ามาทำงาน โดยต้องมีการจำแนกสัดส่วนและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน
"ช่วงหลังจะสังเกตว่า เวลาเราไปกวาดล้าง เจอนู่นเจอนี่เต็มไปหมด เพราะเราทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เคสเมื่อวานซืน ก็เป็นกรณีที่ทางปกครอง ป.ป.ท. ปปง. ดีเอสไอ ทำงานร่วมกัน 4-5 หน่วยงาน เพื่อทำให้การตรวจสอบเข้าถึงได้ง่าย และครอบคลุมที่สุด"
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
การปราบปรามขบวนการสวมสิทธิ์บัตรชมพูหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าวสะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของไทย ซึ่งมักมีขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติหรือเครือข่ายผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง การบูรณาการกำลังระหว่างกระทรวงมหาดไทย ป.ป.ท. ปปง. และ DSI จึงเป็นก้าวสำคัญในการทลายเครือข่ายทุจริตเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่รัฐผู้ออกเอกสารไปจนถึงนายหน้าจัดหางาน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น