OpenAI ส่งฟีเจอร์ Health ดึงข้อมูลสุขภาพและ Apple Health มารวมในแชท ChatGPT
ผู้ใช้งานอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเวชระเบียนและ Apple Health เข้ากับ ChatGPT ได้แล้ววันนี้ เพื่อใช้ประโยชน์ในทุกบทสนทนา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ Health ใน ChatGPT รองรับผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งบนเว็บและ iOS
- เชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health, ระบบโรงพยาบาลสหรัฐฯ, One Medical หรือ Function Health ได้
- ข้อมูลสุขภาพถูกดึงมาใช้ได้ในทุกบทสนทนา เช่น การวางแผนมื้ออาหารหรือสอบถามอาการทั่วไป
- ขับเคลื่อนด้วยโมเดล GPT-5.5 Instant และ GPT-5.6 Sol ที่ผ่านการทดสอบร่วมกับแพทย์นับร้อยราย
OpenAI ได้ดำเนินการปล่อยฟีเจอร์ Health ภายในแอปพลิเคชัน ChatGPT เพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health และเวชระเบียนทางการแพทย์เข้ากับตัวแชทบอทได้ โดยผู้ใช้งานที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและเข้าสู่ระบบแล้ว สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้ทันทีผ่านทางเว็บไซต์และระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งครอบคลุมทุกระดับการใช้งานตั้งแต่อัปเดต Free, Go, Plus ไปจนถึง Pro
ระบบดังกล่าวอนุญาตให้ผู้ใช้ทำการลิงก์ข้อมูลจาก Apple Health รวมถึงบันทึกประวัติการรักษาจากระบบโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกา, One Medical หรือ Function Health ได้ตามพื้นที่ที่รองรับ ทันทีที่มีการซิงก์ข้อมูลสำเร็จ ChatGPT จะสามารถดึงข้อมูลประเภทยาที่ใช้อยู่ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ประวัติการเข้าพบแพทย์ ข้อมูลการนอนหลับ และบันทึกกิจกรรมต่างๆ เข้ามาประกอบในทุกบทสนทนาภายในแอปพลิเคชันได้ทันที แทนที่จะต้องจำกัดบริบทเหล่านั้นไว้เพียงแค่ในหมวดหมู่แยกต่างหากเหมือนในอดีต
ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยทดลองแนวคิดดังกล่าวกับกลุ่มทดสอบขนาดเล็ก ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปิดใช้งานพื้นที่สุขภาพเฉพาะกิจเพื่อรับคำตอบที่อ้างอิงจากข้อมูลส่วนตัวของตนเอง แต่จากการเก็บข้อมูลพบว่ากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของการสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพในกลุ่มทดสอบนั้นเกิดขึ้นในบริบทอื่นอย่างสิ้นเชิง เช่น ระหว่างการวางแผนมื้ออาหารหรือการสอบถามอาการเจ็บป่วยที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เกิดขึ้นภายในพื้นที่เฉพาะที่สร้างขึ้นเพื่อการนั้นโดยเฉพาะ
ผลลัพธ์ดังกล่าวจึงนำไปสู่การออกแบบใหม่ แทนที่จะบังคับให้ผู้ใช้งานต้องเปลี่ยนโหมดเฉพาะเจาะจงเพื่อรับคำตอบที่มีบริบท ตอนนี้ ChatGPT สามารถดึงข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมต่อไว้มาใช้ร่วมกับบทสนทนาใดก็ได้ ตราบใดที่ผู้ใช้งานเป็นผู้ให้สิทธิ์อนุญาต ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานที่กำลังวางแผนไปรับประทานอาหารนอกบ้านอาจได้รับคำแนะนำร้านอาหารที่คำนึงถึงข้อจำกัดด้านอาหารที่บันทึกไว้ หรือผู้ที่สอบถามเรื่องแผนการทำกิจกรรมในวันหยุดก็อาจได้รับคำแนะนำด้านกิจกรรมที่ปรับเปลี่ยนตามอาการบาดเจ็บล่าสุดที่ปรากฏอยู่ในบันทึกที่ซิงก์เอาไว้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเข้ากับ Generative AI ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนผ่านจากการค้นหาข้อมูลสุขภาพแบบกว้างๆ ไปสู่การวิเคราะห์ที่มีบริบทเฉพาะตัวของผู้ใช้แต่ละคน (Personalized Context) อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพถือเป็นความท้าทายสูงสุดที่ OpenAI และผู้ให้บริการเทคโนโลยีต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลอ่อนไหวระดับบุคคล
แท็บ Health ในแถบด้านข้าง (Sidebar) ยังคงมีอยู่ แต่บทบาทได้ถูกปรับเปลี่ยนให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดการ ได้แก่ การเชื่อมการบัญชี, การตรวจสอบข้อมูลและแนวโน้มที่ซิงก์ไว้, การเรียกดูตัวอย่างคำสั่งที่แนะนำ และการย้อนกลับไปดูแชทเกี่ยวกับสุขภาพในอดีต นอกจากนี้ OpenAI ยังได้เผยแพร่เรื่องราวจากกลุ่มทดสอบช่วงแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองทั้งในแง่ของการเป็นเครื่องมือช่วยเหลือและการตระหนักถึงขอบเขตที่ควรปฏิบัติ
“ส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดคือการแปลงประวัติทางการแพทย์ที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นสิ่งที่ผมสามารถเข้าใจและอธิบายได้จริงๆ”
Blake, ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรมทางเทคนิค
Blake ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรมทางเทคนิค ระบุเพิ่มเติมถึงการเปลี่ยนผ่านจากบันทึกที่กระจัดกระจายไปสู่รูปแบบที่ใช้งานได้จริงว่า ตัวเขาเองสามารถเข้าใจภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น แทนที่จะเห็นเพียงแค่การวินิจฉัย ผลตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ และบันทึกการผ่าตัดที่แยกส่วนจากกัน ซึ่งช่วยให้เขามีภาษาที่ดีขึ้นในการสื่อสารและเรียกร้องสิทธิ์ให้กับตนเองเวลากับผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ ในขณะเดียวกัน Shannon พยาบาลวิชาชีพรายหนึ่ง ได้สะท้อนประสบการณ์ว่าการค้นพบบันทึกในชาร์ตที่ไม่คาดคิดผ่านเครื่องมือนี้ช่วยให้เธอสามารถนำไปติดตามผลต่อกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
ในส่วนของประสิทธิภาพเบื้องหลัง OpenAI ระบุว่าฟีเจอร์นี้ขับเคลื่อนด้วยโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง GPT-5.5 Instant สำหรับผู้ใช้บริการฟรี และ GPT-5.6 Sol สำหรับผู้ใช้งานในระดับพรีเมียม ซึ่งโมเดล GPT-5.6 Sol ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการใช้เหตุผลข้ามจุดข้อมูลหลายจุด เช่น แนวโน้มผลตรวจทางห้องปฏิบัติการในระยะยาว โดยผ่านการทดสอบประเมินผลบน HealthBench Professional ร่วมกับแพทย์หลายร้อยรายเพื่อการันตีความแม่นยำและความปลอดภัย
ที่มา: AI News
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น