ภูมิใจไทยปัดเอี่ยวฮั้ว ส.ว. โยนประธานสภาเคาะญัตติซักฟอก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายทรงศักดิ์ ทองศรี ยืนยันรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก ส.ว. หลังฝ่ายค้านเตรียมนำซักฟอก พร้อมชี้เป็นอำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาญัตติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทินย้ำรัฐบาลและวุฒิสภาเป็นคนละสถาบัน ไม่ก้าวก่ายกัน
- ทรงศักดิ์ระบุการถูกขอถ่ายรูปกับนักการท้องถิ่นเป็นเรื่องปกติ
- พรรคภูมิใจไทยพร้อมให้ตรวจสอบแต่ต้องอยู่ในขอบเขตงานรัฐบาล
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าประเด็นการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายอนุทินระบุชัดเจนว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภา เนื่องจากทั้งสองสถาบันแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ
นายอนุทินยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การกล่าวหาว่ามีการฮั้วเลือก ส.ว. นั้น เป็นเพียงเจตนาของผู้ที่ต้องการจะใส่ร้ายกระบวนการดังกล่าว พร้อมระบุว่าหากมีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริงก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ยืนยันว่าไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใดเนื่องจากไม่ใช่ภารกิจหรือหน้าที่การทำงานของฝ่ายบริหาร ในส่วนของประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงหรือนโยบายเฉพาะด้าน เช่น เรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือพ.ร.ก.เงินกู้ รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยตรงจะเป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง
"คำว่าฮั้วเลือกส.ว. เป็นเจตนารมณ์ของผู้ที่ต้องการจะกล่าวให้ร้ายกระบวนการนี้ มองว่าถ้ามีการฮั้วเลือกส.ว. จริง เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ไม่ได้เกี่ยวข้องรัฐบาลเข้ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ"
ทางด้าน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันโดยมองว่าการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านถือเป็นกลไกการทำงานตามปกติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ซึ่งรัฐบาลมีความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็นที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การจะบรรจุวาระการอภิปรายเรื่อง ส.ว. เข้ามาด้วยหรือไม่นั้น จะต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ (รวมถึงวุฒิสภา) ตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ถือเป็นเสาหลักสำคัญที่ป้องกันการก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน การที่ฝ่ายค้านพยายามหยิบยกประเด็นที่อยู่นอกเหนืออำนาจบริหารโดยตรงมาอภิปราย จึงมักเป็นโจทย์สำคัญที่ประธานสภาต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบในการกลั่นกรองญัตติ เพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม
นอกจากนี้ นายทรงศักดิ์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนายทรงศักดิ์กับ นายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา จังหวัดหนองคาย ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วเลือก ส.ว. โดยนายทรงศักดิ์ได้ชี้แจงด้วยรอยยิ้มว่า ในฐานะนักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีผู้คนเข้ามาขอถ่ายรูปและรู้จักเป็นจำนวนมากจากการลงพื้นที่ตรวจราชการและการพัฒนาท้องถิ่น พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าตนรู้จักคนกว้างขวางแต่ไม่เคยทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น