ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจเศรษฐ์ ลุย อ.ปัว น่าน สำรวจน้ำลด ระดมเครื่องจักรฟื้นฟู

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 เพื่อเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลดและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
21 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เจเศรษฐ์ ลุย อ.ปัว น่าน สำรวจน้ำลด ระดมเครื่องจักรฟื้นฟู

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เจเศรษฐ์ลุยลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน สำรวจความเสียหายหลังน้ำลดเมื่อ 21 ส.ค. 69
  • บูรณาการ ปภ. โยธาฯ และหลายหน่วยงานระดมเครื่องจักรกลและกำลังพลช่วยเหลือ
  • จัดเตรียมรถตักดิน รถขนขยะ และรถผลิตน้ำดื่มรวมกว่า 15 คันลุยฟื้นฟูพื้นที่
  • เน้นทำงานเชิงรุกรับฟังปัญหาชาวบ้านเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายลง เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพูดคุยรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินโดยตรงจากปากพี่น้องประชาชน ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนจัดสรรทรัพยากรและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุด รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของผู้ประสบภัยมากที่สุด

4 คันรถตักดินโคลนและขนขยะ
8 คันรถบรรทุกเทท้าย 6 ล้อ
3 คันรถผลิตน้ำดื่มและโรงครัวสนาม

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการกำลังพลและเครื่องจักรครั้งใหญ่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง การประปาส่วนภูมิภาค กรมการปกครอง และกำลังพลอาสาสมัคร โดยระดมสรรพกำลังเข้าปฏิบัติงานเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของ เก็บกวาดดินโคลน ขยะ ตลอดจนทำความสะอาดบ้านเรือนและฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ

Thailand provincial municipality office building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับทรัพยากรหลักที่ทาง ปภ. จัดเตรียมไว้สนับสนุนภารกิจในครั้งนี้ ประกอบด้วย รถตักดินโคลนและรถขนขยะจากน้ำท่วมจำนวน 4 คัน รถบรรทุกเทท้าย 6 ล้อจำนวน 8 คัน รถผลิตน้ำดื่ม 1 คัน รถโรงครัวสนาม 1 คัน และรถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตรอีก 1 คัน เพื่อเร่งฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัยถือเป็นขั้นตอนที่มีความท้าทายไม่แพ้ช่วงวิกฤตน้ำท่วม เนื่องจากโคลนตมและเศษซากความเสียหายที่ทิ้งไว้มักสร้างปัญหาด้านสุขอนามัยและการใช้ชีวิตประจำวัน การที่กระทรวงมหาดไทยส่งผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่บูรณาการหลายหน่วยงานพร้อมเครื่องจักรกลหนักทันที สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การจัดการภัยพิบัติที่เน้นการบรรเทาทุกข์ระยะยาวควบคู่กับการเยียวยาจิตใจและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่จริง

"การช่วยเหลือหลังน้ำลดต้องเดินหน้าต่อทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลงพร้อมกับระดับน้ำที่ลดลง"

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำว่าภารกิจยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่ระดับน้ำลดลง แต่สิ่งสำคัญคือการเร่งฟื้นฟูทุกด้านเพื่อให้ชาวอำเภอปัวสามารถกลับเข้าบ้านเรือน ทำมาหากิน และใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนตลอดเวลาเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในเชิงรุก

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้