ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ณัฐพงษ์ ลุยสอบ TH-AI Passport ชี้ล็อกสเปกและฮั้วประมูล

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน เผยพรรคประชาชนเตรียมยื่นตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ชี้ชัดมีการล็อกสเปกและแฝงฮั้วประมูล พร้อมเตือนประชาชนระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
21 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
ณัฐพงษ์ ลุยสอบ TH-AI Passport ชี้ล็อกสเปกและฮั้วประมูล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ณัฐพงษ์ยันเดินหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ชี้ชัดเข้าข่ายล็อกสเปกและฮั้วประมูล
  • พรรคประชาชนเตรียมยื่นเรื่องต่อหน่วยงานตรวจสอบโดยมีนพ.วาโยและรักชนกเป็นแกนนำ
  • พบข้อมูลเครือข่ายบริษัทผู้รับงานยังมีเอี่ยวโครงการภาครัฐกระทรวงอื่นด้วย
  • เตือนประชาชนตระหนักเรื่องความเป็นส่วนตัวหลัง TOR ระบุทราบตัวผู้ใช้งานและคำสั่ง

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อโดยไม่กังวลเรื่องการฟ้องร้องตามมาตรา 157 โดยระบุว่าทางพรรคกำลังเตรียมคำร้องเพื่อยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

การตรวจสอบครั้งนี้จะมี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เป็นผู้ดำเนินการหลัก พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งติดตามและทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด แม้ฝั่งรัฐบาลจะมีอำนาจเต็มในการขับเคลื่อนโครงการต่อไป แต่ในฐานะฝ่ายค้านจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่และนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย

"จากเนื้อหาหรือว่าข้อมูลที่เราเห็นอยู่ ก็ค่อนข้างชี้ชัดได้ว่าเป็นการล็อกสเปก"

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อพิจารณาจากข้อกฎหมายและข้อมูลที่มีอยู่ ชี้ให้เห็นค่อนข้างชัดเจนว่ามีการล็อกสเปกเกิดขึ้น นอกจากนี้พรรคประชาชนยังได้รับข้อมูลใหม่ว่า เครือข่ายบริษัทที่ได้รับงานโครงการ TH-AI Passport ยังเคยรับงานในส่วนอื่นของภาครัฐจากกระทรวงอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งโครงการเหล่านั้นมีรูปแบบการเสนอราคาและการประมูลที่มีลักษณะบ่งชี้ถึงการฮั้วประมูลและล็อกสเปกเช่นเดียวกัน

Thailand parliament building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การตรวจสอบโครงการดิจิทัลของภาครัฐโดยฝ่ายค้านสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการถ่วงดุลอำนาจและการรักษาความโปร่งใส โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประเด็นเรื่อง TOR ที่ระบุถึงการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานและคำสั่ง (Prompt) ถือเป็นจุดเปราะบางสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ภาคประชาสังคมทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากในยุคปัจจุบัน

ในประเด็นข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลออกนอกประเทศ แม้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะยืนยันว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลอย่างแน่นอน แต่นายณัฐพงษ์แนะให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเชื่อ โดยให้อ่านรายละเอียดในข้อกำหนดหรือ TOR ที่ระบุชัดเจนว่าทั้งภาครัฐและผู้ให้บริการสามารถรับรู้ได้ว่าใครเข้ามาใช้งานและใช้คำสั่งใดบ้าง พร้อมฝากเตือนประชาชนที่กำลังตัดสินใจไปลงทะเบียนให้ตระหนักถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

1 ล้านคนยอดลงทะเบียนปัจจุบัน
5 ล้านคนเป้าหมายตั้งไว้เดิม

สำหรับยอดการลงทะเบียนที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ล้านคน นายณัฐพงษ์มองว่าตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน แต่โจทย์ที่สำคัญกว่าคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของรัฐบาลในการยกระดับทักษะคนไทยให้ใช้งาน AI เพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคเห็นด้วยในหลักการ แต่การนำ AI มาใช้ควรเกิดประโยชน์ที่แท้จริง เช่น การบริหารจัดการภัยพิบัติ หรือการตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาภาคประชาชนและประชาสังคมเคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถพัฒนาเครื่องมือเหล่านี้ขึ้นมาได้เอง หากภาครัฐที่มีงบประมาณและอำนาจหันมาทำอย่างจริงจังย่อมเกิดประโยชน์มากกว่า

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้