Canva: รัฐบาลหนุนไทยสู่ศูนย์กลาง AI-Design และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ไทยขึ้นแท่นตลาดใหญ่อันดับ 6 ของโลกด้วยผู้ใช้งาน Canva กว่า 7 ล้านคนต่อเดือน รัฐบาลเดินหน้าชวนตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย พร้อมดัน SMEs และนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไทยรั้งอันดับ 6 ของโลกด้วยยอดผู้ใช้งาน Canva กว่า 7 ล้านคนต่อเดือนจาก 30 ล้านบัญชีสะสม
- รัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรีหารือผู้บริหาร Canva ที่นครซิดนีย์ เชิญชวนตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI-Design
- ตั้งเป้าช่วย SMEs ไทย 40,000 ราย และเพิ่มจำนวนนักออกแบบในโครงการ Canva Creators เป็น 1,000 คนภายในปี 2571
- ขยายการใช้งาน Canva Education ในโรงเรียนเพิ่มจาก 3.3 ล้านคน เป็น 6.6 ล้านคนภายในปี 2571
ฐานผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออกแบบดิจิทัล Canva ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยตัวเลขบัญชีสะสมทะลุ 30 ล้านบัญชี และมีผู้ใช้งานจริงสม่ำเสมอราว 7 ล้านคนต่อเดือน ความนิยมระดับนี้ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้นมาเป็นตลาดใหญ่อันดับ 6 ของโลกสำหรับแพลตฟอร์มสัญชาติออสเตรเลียรายนี้ นำไปสู่โจทย์สำคัญของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านฐานผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลนี้ให้กลายเป็นรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ของคนไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียว่า รัฐบาลได้หยิบยกความร่วมมือกับ Canva ขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ พร้อมยื่นข้อเสนอเชิญชวนให้บริษัทพิจารณาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยด้านการออกแบบด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI-Design ขึ้นในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเชิงประยุกต์ครอบคลุมทั้งกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs นักออกแบบอาชีพ และภาคการศึกษา เพื่อเชื่อมโยงบุคลากรไทยเข้ากับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในระดับสากล Canva มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 265 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศ ปิดปีงบประมาณ 2568 ด้วยรายได้ประจำต่อปีราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท จากฐานผู้ใช้แบบจ่ายเงินกว่า 31 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าธุรกิจการออกแบบดิจิทัลได้ขยายบทบาทจากเครื่องมือสร้างภาพทั่วไป สู่การเป็นแพลตฟอร์ม AI พื้นฐานสำหรับการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจทั่วโลก
การหารือเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ นนครซิดนีย์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้แทนไทยเข้าพบกับผู้บริหารระดับสูงของ Canva ได้แก่ นายคลิฟฟ์ โอเบรคท์ (Cliff Obrecht) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ นายวิลลิกซ์ ฮาลิม (Willix Halim) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายภคพล ตั้งตงฉิน ผู้บริหารประจำประเทศไทย เพื่อหารือเรื่องการจดทะเบียนนิติบุคคลและการขยายระบบนิเวศเทคโนโลยีในประเทศผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI
การผลักดันให้ Canva จัดตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI ในไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับประเทศจากการเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยี (Consumer) สู่การเป็นผู้พัฒนาและสร้างนวัตกรรม (Creator) ในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเชิงลึกมาสู่แรงงานไทยในระยะยาว
สำหรับภาคธุรกิจ รัฐบาลร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ตั้งเป้าช่วยเหลือ SMEs ไทย 40,000 ราย ในการยกระดับภาพลักษณ์สินค้า บรรจุภัณฑ์ และแคมเปญการตลาด พร้อมกันนี้ยังผลักดันจำนวนนักออกแบบไทยในโครงการ Canva Creators จาก 190 คน ให้ก้าวกระโดดขึ้นไปถึง 1,000 คนภายในปี 2571 เพื่อเปิดช่องทางให้นักออกแบบไทยสร้างรายได้โดยตรงจากผลงานที่ใช้งานทั่วโลก
"วันนี้นเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญทั้งการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยจึงต้องขยายพันธมิตรทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับประเทศที่มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีอย่างออสเตรเลีย"
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
ในมิติของภาคการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. ในการขยายการเข้าถึง Canva Education ให้ครูและนักเรียนใช้งานได้ฟรี โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานจาก 3.3 ล้านคน เป็น 6.6 ล้านคนภายในปี 2571 เพื่อเตรียมความพร้อมทักษะดิจิทัลและการใช้ AI ตั้งแต่ในห้องเรียน
ทั้งนี้ ข้อเสนอเรื่องสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ Canva โดยมี BOI เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ขณะที่ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐด้าน SMEs นักออกแบบ และการศึกษาได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนตามเป้าหมายตัวเลขใหม่อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อ้างอิงจากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA ระบุว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 15 สาขาของไทยมีมูลค่ารวม 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.01% ของ GDP และมีการจ้างงานเกือบ 1 ล้านคน
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น