Alibaba ปล่อยโมเดล Qwen3.8-Max พร้อมเงื่อนไขแบ่งรายได้
Alibaba ปล่อยโมเดล AI Qwen3.8-Max บน Hugging Face พร้อมเงื่อนไขใหม่บังคับธุรกิจรายใหญ่แบ่งรายได้ เดินรอยตาม Moonshot AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Alibaba ปล่อยน้ำหนักโมเดล Qwen3.8-Max บน Hugging Face เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026
- ธุรกิจที่นำโมเดลไปให้บริการและมีรายได้เกิน 50 ล้านดอลลาร์ต้องทำสัญญาแบ่งรายได้
- Moonshot AI จากปักกิ่งเคยใช้เงื่อนไขเก็บส่วนแบ่ง 30% กับโมเดล Kimi K3 มาก่อน
- มาตรการใหม่นี้สร้างความเสี่ยงและความท้าทายท่ามกลางกระแสการแข่งขันของแล็บ AI จีน
Alibaba ได้นำน้ำหนักโมเดล (Weights) ของ Qwen3.8-Max ซึ่งเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับท็อปของบริษัทขึ้นสู่แพลตฟอร์ม Hugging Face เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 เพื่อให้ผู้สนใจดาวน์โหลดไปติดตั้งใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม การปล่อยโมเดลรอบนี้มาพร้อมกับเงื่อนไขทางการค้าแบบใหม่ที่ต่างจากรุ่นก่อนหน้า โดยกำหนดให้ธุรกิจที่นำโมเดลไปให้บริการต่อและทำรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดต้องเข้ามาทำสัญญาเชิงพาณิชย์และแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งกลับให้กับ Alibaba
แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า ทางบริษัทตั้งใจจะเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้จากผู้ใช้งานรายใหญ่ของ Qwen3.8-Max แม้ว่าอัตราการจัดเก็บที่แท้จริงจะยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์แต่ละราย แต่ทิศทางดังกล่าวก็ชัดเจนว่าโมเดลที่เคยเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีเริ่มมีเงื่อนไขทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว
สำหรับตัวโมเดลที่ปล่อยออกมาบน Hugging Face ใช้ชื่อว่า Qwen3.8-2.4T-A95B โดยมีพารามิเตอร์รวม 2.4 ล้านล้านตัว แต่ประมวลผลจริงเพียง 95 พันล้านตัว หรือราว 4% ต่อหนึ่งครั้งผ่านสถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) เวอร์ชันนี้ถูกตัดความสามารถด้านภาพออกและเน้นเฉพาะข้อความ พร้อมทั้งเป็นโมเดลระดับดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีขนาดไฟล์ BF16 ราว 4.89 เทระไบต์ ต้องติดตั้งบนเครื่อง NVIDIA GB300 NVL72 ที่รวมชิป 72 ตัวในแร็กเดียว ทำให้กลุ่มเป้าหมายจำกัดอยู่แค่ผู้ให้บริการคลาวด์และองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สิ่งที่ Alibaba กำลังดำเนินการอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการ AI จีน เนื่องจาก Moonshot AI สตาร์ทอัพจากปักกิ่งได้ซุกเงื่อนไขลักษณะเดียวกันไว้ในไลเซนส์ของ Kimi K3 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 โดยกำหนดให้ธุรกิจที่ให้บริการ MaaS (Model as a Service) และมีรายได้รวมต่อปีเกิน 20 ล้านดอลลาร์ ต้องทำสัญญาเชิงพาณิชย์แยกต่างหาก รวมถึงต้องแสดงชื่อ Kimi K3 บนหน้าจอผลิตภัณฑ์หากมีผู้ใช้งานต่อเดือนเกิน 100 ล้านราย หรือมีรายได้เกิน 20 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน
แหล่งข่าวระบุว่าตัวเลขส่วนแบ่งที่ Moonshot เรียกเก็บนั้นสูงถึง 30% ของรายได้ และเริ่มมีดีลเกิดขึ้นจริงแล้ว เช่น Chinasoft International ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในเดือนกรกฎาคมว่าได้ทำข้อตกลงแบ่งรายได้จากโทเคนกับ Moonshot เพื่อสร้างโซลูชัน AI Agent สำหรับภาคพลังงาน ไฟฟ้า และการเงิน ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Chinasoft พุ่งขึ้นกว่า 30% ภายในวันเดียว
เงื่อนไขของ Qwen3.8-Max เดินตามแนวทางเดียวกันแต่ขยับเกณฑ์ขึ้น โดยธุรกิจที่ให้บริการโมเดลหรือผู้ช่วย AI ที่มีรายได้ย้อนหลัง 12 เดือนเกิน 50 ล้านดอลลาร์ จำเป็นต้องขอไลเซนส์เชิงพาณิชย์แบบมีค่าใช้จ่าย ขณะที่การใช้งานภายในองค์กรยังคงทำได้ฟรี และเงื่อนไขการแสดงชื่อบนหน้าจอยังคงอิงเกณฑ์ผู้ใช้ 100 ล้านรายหรือรายได้ 20 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนเช่นเดิม
"เราจ่ายเพื่อร่วมงานกับแล็บที่ทำโมเดล Open-weight เหล่านี้ ให้มั่นใจว่าการนำไปติดตั้งใช้งานถูกปรับให้ดีที่สุด และจ่ายเพื่อได้เข้าถึงโมเดลเวอร์ชันถัดไปก่อนคนอื่น"
Paddy Srinivasan, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DigitalOcean Holdings
กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนจากโอเพนซอร์สแบบเปิดโล่งมาสู่โมเดลธุรกิจที่มีเงื่อนไขรายได้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบรรดาแล็บ AI ในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนหลังจากทุ่มงบประมาณมหาศาลในการพัฒนา โมเดลธุรกิจแบบ Freemium ในลักษณะนี้ช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีสามารถขยายฐานผู้ใช้งานในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มสร้างรายได้จากลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายเรื่องการแข่งขันกับทางเลือกอื่นๆ ที่ยังคงเปิดให้ใช้งานฟรีโดยไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น