ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เชลซีทุ่มสถิติ 117 ล้านปอนด์คว้าโมแกน โรเจอร์ส พร้อมปล่อยการ์นาโช่ซบแอสตัน วิลล่า

เจาะลึกเบื้องหลังตลาดนักเตะสิงห์บลูส์ กับดีลประวัติศาสตร์และการบริหารการเงินท่ากฎเกณฑ์ UEFA และ Premier League

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Jul 2026ที่มา: BBC Sport4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
เชลซีทุ่มสถิติ 117 ล้านปอนด์คว้าโมแกน โรเจอร์ส พร้อมปล่อยการ์นาโช่ซบแอสตัน วิลล่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เชลซีทุ่มเงิน 117 ล้านปอนด์คว้า โมแกน โรเจอร์ส จากแอสตัน วิลล่า กลายเป็นนักเตะอังกฤษที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์
  • สโมสรปล่อยตัว อเลฮานโดร การ์นาโช่ ย้ายไปร่วมทัพสิงห์ผงาดด้วยสัญญายืมตัวพ่วงเงื่อนไขซื้อขาด
  • เชลซีเผชิญความท้าทายทางการเงิน เคยถูกปรับ 2.6 ล้านปอนด์จาก UEFA และบันทึกผลขาดทุนระดับบริษัทแม่ถึง 701 ล้านปอนด์
  • ทีมยังมีผู้เล่นทีมชุดใหญ่มากถึง 38 คน และเตรียมแผนปล่อยนักเตะเพิ่มเติมเพื่อปรับสมดุลบัญชี

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อสโมสรเชลซีสร้างสถิติด้วยการทุ่มเงินสูงถึง 117 ล้านปอนด์ คว้าตัว โมแกน โรเจอร์ส กองกลางจากแอสตัน วิลล่า เข้ามาเสริมทัพ จนกลายเป็นนักเตะสัญชาติอังกฤษที่มีค่าตัวแพงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอล ในสัปดาห์เดียวกันนั้นเอง ทางฝั่งเชลซีก็ได้ตกลงปล่อยตัว อเลฮานโดร การ์นาโช่ ให้ย้ายสลับขั้วไปอยู่กับแอสตัน วิลล่า ด้วยสัญญายืมตัวพร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อขาดในอนาคต

คำถามที่แฟนบอลหลายคนสงสัยคือ เชลซีนำเงินจำนวนมหาศาลมาจากไหนท่ามกลางข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการเงิน และทำไมทางแอสตัน วิลล่า ถึงเลือกใช้วิธีการยืมตัวพ่วงเงื่อนไขซื้อขาดแทนที่จะซื้อขาดทันที ความจริงแล้วสถานการณ์ทางการเงินของเชลซีไม่ได้เป็นความลับ โดยพวกเขาเคยถูกปรับเงิน 2.6 ล้านปอนด์จากการทำผิดกฎระเบียบของ UEFA แม้ว่า 1.7 ล้านปอนด์ในนั้นจะสามารถยกเว้นได้หากพวกเขาสามารถลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้ให้ทันกำหนดภายในฤดูร้อนหน้าก็ตาม

£117mค่าตัวโมแกน โรเจอร์ส
£262mสถิติผลขาดทุนพรีเมียร์ลีก
38จำนวนผู้เล่นทีมชุดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งทางการเงินของเชลซีถือว่าปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงซัมเมอร์ก่อนหน้าที่เคยโดนปรับ 2.67 ล้านปอนด์ และถูกควบคุมภายใต้ข้อตกลงระยะเวลา 4 ปีกับ UEFA โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาสามารถทำสถิติขายนักเตะทำเงินได้สูงถึงประมาณ 300 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของศึกพรีเมียร์ลีก และคาดว่าจะสร้างรายได้ในระดับใกล้เคียงกันอีกครั้งในรอบนี้ Morgan Rogers Aston Villa player action

ในส่วนของการใช้จ่าย เดอะบลูส์สามารถหารายได้จากการขายนักเตะไปแล้วมากกว่า 120 ล้านปอนด์ และใช้เงินเสริมทัพไปราว 164 ถึง 210 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการรวมตัวผู้เล่นที่ตกลงล่วงหน้าอย่าง โจวานี่ เคว็นด้า, เอ็มมานูเอล เอเมก้า และ วาเลนติน บาร์โก รวมถึงดีลของโรเจอร์สและมาร์โก ปาเลสตร้า นับตั้งแต่ที่ ชาบี อลอนโซ่ เข้ามาคุมทีม ทั้งนี้มูลค่ารวมของขุมกำลังนักเตะเชลซีในเว็บไซต์ Transfermarkt สูงถึง 1.3 พันล้านปอนด์ เป็นรองเพียงแค่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในพรีเมียร์ลีก และรั้งอันดับ 4 ของทวีปยุโรป

การบริหารจัดการทีมของเชลซีภายใต้กลุ่มเจ้าของปัจจุบันมักเน้นกลยุทธ์การสะสมนักเตะดาวรุ่งเสมือนเป็นการลงทุนระยะยาวที่สามารถปล่อยขายทำกำไรได้เมื่อถึงเวลา แม้จะมีตัวเลขหนี้สินและผลขาดทุนจำนวนมากในงบการเงิน แต่รูปแบบการใช้เงินกู้จากบุคคลภายนอกและการคาดการณ์รายได้ระดับสถิติสโมสร 700 ล้านปอนด์แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสภาพคล่องตามโครงสร้างธุรกิจฟุตบอลสมัยใหม่

คีแรน แม็กไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล ได้อธิบายถึงประเด็นนี้ไว้ว่า

"So, 85% is their PSR compliance with the Premier League but that does give them a slight advantage. If you look at the small print of the Premier League's SCR rules, you can spend up to 115% of revenue on your player costs because that takes you up to what we refer to as the red zone."

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

Kieran Maguire

แม้จะได้ตัวโรเจอร์สมาแล้ว แต่แผนการเสริมทัพของเชลซียังไม่หยุดเพียงเท่านี้ พวกเขายังคงมองหาตัวเลือกในแนวรับ โดยมีการพูดคุยกับ มักซองส์ ลาครัวซ์ เซ็นเตอร์แบ็กจากคริสตัล พาเลซ รวมถึงให้ความสนใจในตัว จอน สโตนส์ อดีตแนวรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ จาโกโบ รามอน จากสโมสรโคโม นอกจากนี้ยังเจรจากับราโย บาเยกาโน่ เพื่อดึงตัว เปป ชาวาร์เรีย แบ็กซาวีต โดยคาดว่าจะมีค่าตัวระหว่าง 25 ถึง 40 ล้านปอนด์ Premier League transfer window football

ก่อนที่ผู้เล่นหน้าใหม่จะตบเท้าเข้ามาเพิ่ม และการมาถึงของ ดาสตาน ซัตปาเอฟ ที่จะย้ายมาจากเอฟซี ไครัต ในเดือนสิงหาคมนี้ เชลซีมีนักเตะทีมชุดใหญ่อยู่ในความดูแลมากถึง 38 คน แนวทางแก้ไขปัญหาจึงหนีไม่พ้นการปล่อยนักเตะออกจากทีมเพิ่มเติม โดยแหล่งข่าวระบุว่า เบอนัวต์ บาเดียชิล, อักเซล ดิซาซี, เทรโวห์ ชาโลบาห์ และ มาร์ก กุยอู เป็นกลุ่มแข้งที่เปิดรับฟังข้อเสนอในการย้ายทีม ขณะที่ มามาดู ซาร์ น่าจะถูกปล่อยยืมตัวไปให้สโมสรอื่นในพรีเมียร์ลีกใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เล่นกลุ่มเล็กๆ ที่สโมสรจัดให้อยู่ในสถานะ "แตะต้องไม่ได้" ได้แก่ มอยเซส ไกเซโด้, เอสเตเวา วิลเลียน, โคล พาลเมอร์, เจา เปโดร และ ลีวาย โคลวิลล์ รวมถึงดาวรุ่งฝีเท้าดีอย่าง จอช อาเชียมปง ขณะเดียวกัน เชลซีต้องเผชิญความจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้สลอตไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปในฤดูกาลนี้ ซึ่งสถิติจากทีมที่เคยคว้าแชมป์หรือติดท็อปโฟร์โดยไม่มีโปรแกรมยุโรปรบกวนชี้ว่า ทีมมักใช้งานผู้เล่นหลักเพียงแค่ 13 ถึง 14 คนเท่านั้นที่ลงสนามเกิน 1,500 นาทีในทุกรายการ

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้