ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นพ.วรงค์ เดือดท้า ภราดร ดีเบตปมกองทุนบำนาญ สส. 2569

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ท้า ภราดร ปริศนานันทกุล ดีเบตปมกองทุนบำนาญ สส. และ สว. เดือนละกว่า 20,000 บาท ในการประชุมพิจารณางบประมาณปี 2570 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
22 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
นพ.วรงค์ เดือดท้า ภราดร ดีเบตปมกองทุนบำนาญ สส. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม คัดค้านกองทุนบำนาญ สส. และ สว. เดือนละกว่า 20,000 บาทอย่างเต็มที่
  • ยอมรับเคยรับเงินดังกล่าวจริง แต่ปัจจุบันมีสำนึกและฟังเสียงประชาชนที่ไม่เห็นด้วย
  • ท้า ภราดร ปริศนานันทกุล ดีเบตในสภาฯ วาระ 2 ช่วงถ่ายทอดสด
  • เสนอให้จัดทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศเพราะเป็นเงินภาษีประชาชน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรรมาธิการ ได้เสนอเติมเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งจะทำให้อดีต สส. และ สว. ได้รับเงินบำนาญเดือนละกว่า 20,000 บาทไปจนกระทั่งเสียชีวิต

นพ.วรงค์ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเอาเปรียบประชาชนอย่างมาก เพราะ สส. และ สว. ไม่ควรให้ประชาชนมาเลี้ยงดูตลอดชีวิต และหากอดีตสมาชิกรัฐสภาคนใดมีความยากลำบากจริง ก็ควรไปใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป แทนที่จะมาอ้างเอกสิทธิ์เพื่อขอเงินภาษีไปจุนเจือตัวเอง ทั้งที่ยังมีสิทธิสวัสดิการที่สูงกว่าประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว เช่น ค่ารักษาพยาบาลปีละ 10,000 บาท และสิทธิบุตรในการเรียนหนังสือ

Thai parliament building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมาธิการงบประมาณ ออกมาวิจารณ์นักการเมืองที่ออกมาโจมตีกองทุนนี้ว่าเป็นการหาแสง ทั้งที่ตนเองก็เคยรับเงินสวัสดิการดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งประเด็นนี้ทำให้ นพ.วรงค์ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตนเคยรับเงินดังกล่าวจริง แต่ปัจจุบันมีสำนึกและรับฟังเสียงประชาชนที่มองว่าการออกกฎหมายนำเงินภาษีมาเลี้ยงดูพวกพ้องเป็นเรื่องที่รับไม่ได้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ประเด็นเรื่องกองทุนบำนาญและสวัสดิการของอดีตสมาชิกรัฐสภามักเป็นหัวข้อถกเถียงสำคัญในสังคมไทยทุกครั้งที่มีการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนส่วนใหญ่มักตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมในการใช้งบประมาณภาษีอากรท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนทั่วไปยังต้องเผชิญกับค่าครองชีพสูง การปะทะคารมและการท้าดีเบตระหว่างนักการเมืองขั้วต่างๆ จึงสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากสังคมที่บีบให้ผู้แทนต้องออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสิทธิประโยชน์ของตนเอง

"ผมไม่ได้หาแสง แต่ผมทำตามความต้องการของประชาชน พวกหาแสงคือพวกที่พูดเฉยๆ แต่ไม่ทำอะไร ผมขอท้าคุณภราดรมาดีเบตกันในสภาฯ ในวาระ 2 ช่วงที่มีการถ่ายทอดสดเลยดีกว่า"

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ยังได้กล่าวเรียกร้องให้มีการจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าของเงินภาษีตัวจริงเป็นผู้ตัดสินว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการนำเงินภาษีไปจ่ายเป็นเงินบำนาญให้อดีต สส. และ สว. พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมที่จะเผชิญหน้าดีเบตแบบเห็นตัวตนในสภา เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องนี้อย่างโปร่งใส

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้