Royal Mail พลาดเป้าส่งของอีกรอบ แต่เผยสัญญาณบวก
Royal Mail เผยตัวเลขส่งจดหมายด่วนระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนดีขึ้นแตะ 85% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 90% ของ Ofcom พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Royal Mail ส่งจดหมายชั้น 1 ถึงมือผู้รับวันถัดไปได้ 85% ระหว่างมีนาคมถึงมิถุนายน
- ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 76% ในช่วงเดียวกันของปี 2025 แต่ยังต่ำกว่าเป้า 90% ของ Ofcom
- จดหมายชั้น 2 ส่งทันภายในสามวันอยู่ที่ 91% ยังไม่ถึงเป้าหมาย 95% ของ Ofcom
- บริษัทตั้งเป้าปรับปรุงบริการให้บรรลุตามเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลภายในเดือนพฤษภาคม 2027
รอยัลเมล (Royal Mail) เผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่หลังตัวเลขการจัดส่งพัสดุและจดหมายล่าสุดยังคงไม่ผ่านเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด แม้ว่าสถิติในภาพรวมจะเริ่มขยับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้าก็ตาม โดยข้อมูลระหว่างช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนระบุว่า บริการจัดส่งจดหมายชั้น 1 ในวันถัดไปทำได้ที่ระดับ 85% เพิ่มขึ้นจากอัตรา 76% ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 แต่ก็ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 90% ที่ทางออฟคอม (Ofcom) กำหนดเอาไว้
ในส่วนของจดหมายชั้น 2 นั้นมีการจัดส่งภายในระยะเวลาสามวันสำเร็จคิดเป็น 91% ซึ่งถือว่าปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเช่นกัน ทว่าตัวเลขดังกล่าวยังคงพลาดเป้าหมาย 95% ที่ทาง Ofcom ตั้งไว้เช่นเดียวกัน ทางบริษัทแม่ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ อินเตอร์เนชันแนล ดิสทริบิวชัน เซอร์วิสเซส (IDS) ระบุว่าผลลัพธ์เหล่านี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าพอใจและแสดงให้เห็นว่ามาตรการยกระดับการทำงานเริ่มส่งผลในทางปฏิบัติแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เจมี สตีเฟนสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทกล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ผลงานของจดหมายชั้น 1 นั้นล้ำหน้ากว่าแผนงานที่วางไว้ในขั้นตอนนี้ ส่วนจดหมายชั้น 2 ก็กำลังดำเนินไปตามกรอบเวลาที่ประเมินไว้ ทั้งนี้บริการไปรษณีย์แห่งนี้ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนและนักการเมืองมาหลายปีเรื่องความล่าช้า รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นและปริมาณจดหมายที่ลดน้อยลง
"ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นกำลังใจและแสดงให้เห็นว่างานที่เรากำลังทำเพื่อปรับปรุงบริการกำลังส่งผลกระทบแล้ว"
เจมี สตีเฟนสัน
ปัจจุบัน Ofcom กำลังดำเนินการไต่สวน Royal Mail เป็นปีที่สองติดต่อกันจากปัญหาการไม่สามารถทำตามเป้าหมายการจัดส่ง โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลเคยสั่งปรับเงินเป็นสถิติสูงสุดถึง 21 ล้านปอนด์เนื่องจากความล้มเหลวในการส่งมอบงานช่วงปี 2024-2025 นอกจากนี้ยังมีประเด็นฉาวในเดือนมีนาคมที่พนักงานไปรษณีย์เคยออกมาเปิดเผยว่าถูกกดดันให้ย้ายหรือซ่อนจดหมายเพื่อให้ตัวเลขดูเหมือนบรรลุเป้าหมาย รวมถึงเสียงร้องเรียนจากประชาชนในกลูเซสเตอร์และวูสเตอร์เชียร์เกี่ยวกับความล่าช้านานนับเดือน
วิเคราะห์เพิ่มเติม: ปัญหาของ Royal Mail สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของผู้ให้บริการไปรษณีย์แบบดั้งเดิมทั่วโลกที่ต้องปรับตัวรับมือกับยุคดิจิทัล การที่บริษัทถูกซื้อกิจการโดยมหาเศรษฐีชาวเช็ก ดาเนียล เครตินสกี ในปี 2025 พร้อมทุ่มงบฟื้นฟู 500 ล้านปอนด์เพื่อเคลียร์ปัญหาให้ทันพฤษภาคม 2027 จึงเป็นเดิมพันครั้งสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่นจากทั้งภาครัฐและประชาชนในระยะยาว
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น